ปัญหาโครงสร้างบนใบหน้าเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไป คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวจะลดลง ชั้นไขมันและโครงกระดูกที่เคยพยุงผิวจะเริ่มยุบตัว ส่งผลให้เกิดร่องลึกบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอิดโรยและดูมีอายุ หลายคนจึงเริ่มมองหาแนวทางการดูแลผิวพรรณเพื่อปรับสภาพผิวให้ดูสดใสขึ้น หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันคือ “โปรแกรมฟิลเลอร์” หัตถการที่ดำเนินการโดยแพทย์ และช่วยดูแลปัญหาได้อย่างเหมาะสม
Table of Content
- โปรแกรมฟิลเลอร์ คืออะไร ทำงานอย่างไร ?
- บริเวณที่นิยมทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่ ?
- โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้กี่เดือน แต่ละจุดอยู่นานเท่ากันไหม ?
- เลือกผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?
- โปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละเนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างไร ?
- วิธีเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ก่อนฉีด
- โปรแกรมฉีดโบทอกซ์ vs โปรแกรมฟิลเลอร์ต่างกันยังไง ?
- โปรแกรมฟิลเลอร์ vs โปรแกรม Sculptra vs ไหมทอง vs โปรแกรม HIFU เลือกแบบไหนดี ?
- การเตรียมตัวก่อนรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- แนวทางการดูแลตัวเองหลังรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ให้สวยอยู่นาน
- ผลข้างเคียงหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือ
- ปัจจัยที่กำหนดราคาฟิลเลอร์ และข้อควรระวังฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? เช็ก 5 ข้อก่อนตัดสินใจ
- แพทย์ผู้ดูแลโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic
- เติมเต็มความมั่นใจ ดูแลโครงสร้างใบหน้าในแบบที่เป็นคุณกับ LBC Clinic
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฟิลเลอร์ (FAQs)
โปรแกรมฟิลเลอร์คืออะไร และทำงานอย่างไร ?
โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งนิยมนำมาใช้ในการฉีดเพื่อช่วยเติมเต็มภายในชั้นผิวหนังหรือชั้นไขมันใต้ผิว สารชนิดนี้มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ ทำหน้าที่ดึงดูดความชุ่มชื้นไว้รอบ ๆ โมเลกุล ทำให้ผิวบริเวณที่ได้รับการเติมเต็มแลดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น
สำหรับกลไกการทำงาน เมื่อนำสารไฮยาลูรอนิก แอซิด ไปใช้บริเวณที่มีร่องลึกหรือมีการยุบตัวของชั้นกระดูกและไขมัน ตัวยาจะเข้าไปช่วยเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยในการพยุงโครงสร้างชั้นผิว ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้แลดูเหมาะสมกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ โปรแกรมฟิลเลอร์ประเภท HA ยังเป็นสารที่สามารถสลายตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย ซึ่งที่โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ความสวยไปพร้อม ๆ กับความอุ่นใจหลังรับบริการ
ฟิลเลอร์ HA คืออะไร ต่างจากสารเติมเต็มชนิดอื่นอย่างไร ?
HA (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์ว่ามีโอกาสแพ้น้อยมาก จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ หากไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดส (Hyaluronidase) แตกต่างจากสารเติมเต็มชนิดถาวรหรือกึ่งถาวรในอดีต เช่น ซิลิโคนเหลว ที่ไม่สามารถสลายตัวได้เอง ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาการอักเสบ ไหลย้อย หรือจับตัวเป็นก้อนแข็งในระยะยาว
ฟิลเลอร์เหมาะกับใคร และใครที่ไม่ควรฉีด ?
กลุ่มที่เหมาะกับการรับบริการ
- ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องน้ำตา
- ผู้ที่ต้องการดีไซน์รูปหน้าให้มีมิติสมส่วน เช่น เติมคาง หน้าผาก ขมับ
- ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งกร้าน ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูฉ่ำวาว
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือแพ้ยาชาอย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่ต้องการฉีด
บริเวณที่นิยมทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์
การใช้สารเติมเต็มสามารถช่วยปรับโครงสร้างและดูแลปัญหาใบหน้าได้หลายเป้าหมาย โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมในการทำหัตถการ มีรายละเอียดดังนี้
ร่องแก้ม
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยลดความลึกของเส้นริ้วรอยข้างจมูกและร่องน้ำหมากบริเวณมุมปาก ทำให้ใบหน้าโดยรวมแลดูเด็กลง ละมุนขึ้น ไม่ดุ
ใต้ตา
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึก รอยคล้ำ หรือถุงใต้ตาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า คืนความสดใสให้รอบดวงตาดูเรียบเนียน
คาง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าช่วงล่างให้เรียวยาวขึ้น แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางถอย ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติและสมดุล
หน้าผาก
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเติมเต็มนูนโค้งให้หน้าผากที่แบนหรือเป็นแอ่ง รับกับแสงเงาบนใบหน้า ส่งผลให้รูปหน้าดูหวานละมุนยิ่งขึ้น
ริมฝีปาก
การเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ปาก เป็นที่นิยมมากในการปรับเปลี่ยนทรงปากให้แลดูอวบอิ่ม ยกมุมปากให้แลดูอมยิ้ม หรือแก้ปัญหาริมฝีปากบางและแห้งแตก
โปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละจุดใช้กี่ cc ?
ปริมาณการใช้สารเติมเต็มจะแตกต่างกันไปตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยมีเกณฑ์การประเมินเบื้องต้นจากแพทย์ดังนี้
| บริเวณที่ฉีด | ปริมาณที่แนะนำโดยประมาณ (cc) |
| ใต้ตา | เริ่มต้นประมาณ 1-2 cc |
| ร่องแก้ม | เริ่มต้นประมาณ 1-2 cc |
| คาง | เริ่มต้นประมาณ 1-2 cc |
| ริมฝีปาก | เริ่มต้นประมาณ 1-2 cc |
| ขมับ | เริ่มต้นประมาณ 2-4 cc |
| หน้าผาก | เริ่มต้นประมาณ 3-5 cc |
หมายเหตุ: ปริมาณที่ระบุเป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ปริมาณ cc ที่ใช้จริงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความลึกของปัญหา โครงสร้างใบหน้า และการประเมินโดยแพทย์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่ ?
หลังจากการทำหัตถการ ผู้รับบริการสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตามระยะเวลา ดังนี้
- หลังทำ : จะสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าที่เต็มขึ้นได้ แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยจากรอยเข็มหรือยาชาร่วมด้วย
- ช่วง 3-7 วันแรก : อาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยจะค่อย ๆ ยุบลง
- ระยะเวลา 14 วัน : เนื้อผลิตภัณฑ์จะกลืนเนียนสมานเข้ากับผิวเป็นเนื้อเดียว ซึ่งเป็นช่วงที่ฟิลเลอร์เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติที่สุด
โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้กี่เดือน แต่ละจุดอยู่นานเท่ากันไหม ?
โดยเฉลี่ยแล้วสารเติมเต็มจะอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน ซึ่งระยะเวลาการคงสภาพจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลัก ดังนี้
- บริเวณที่ฉีด : จุดที่มีการขยับกล้ามเนื้อบ่อย เช่น ริมฝีปากและร่องแก้ม ตัวยาอาจสลายเร็วกว่าบริเวณที่แทบไม่มีการขยับกล้ามเนื้อ เช่น คาง ขมับ หรือหน้าผาก
- รุ่นของผลิตภัณฑ์ : สารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น ออกแบบมาให้มีอายุการคงสภาพที่แตกต่างกัน
- การใช้ชีวิตประจำวัน: พฤติกรรมส่วนตัว เช่น การดื่มน้ำ หรือการหลีกเลี่ยงความร้อน มีส่วนสำคัญต่อระยะเวลาการคงสภาพของโปรแกรมฟิลเลอร์
เลือกผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?
เมื่อมาถึงขั้นตอนการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์ อันดับแรกควรเริ่มพิจารณาจากปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม เนื่องจากสารเติมเต็มแต่ละรุ่นมีจุดเด่นของเนื้อสัมผัส รวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมโยงสายโมเลกุล (Cross-link) ที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีความนิ่มหรือความคงตัวไม่เหมือนกัน
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุด ทางคลินิกจะแนะนำให้รับคำปรึกษาและประเมินจากแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในแต่ละบริเวณ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการต้องสามารถเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานก่อนฉีดได้เสมอ ด้วยการตรวจสอบฉลากภาษาไทย เลขทะเบียน อย. และการสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่อง
[อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ “โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? พร้อมเทคนิคเลือกคลินิกให้ได้คุณภาพ”]
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm
โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่เรียบเนียน กลืนกับผิวได้ดีเยี่ยม และมีให้เลือกหลายรุ่น จึงครอบคลุมทุกปัญหาผิวตั้งแต่การยกกระชับโครงหน้าไปจนถึงการเติมเต็มผิวชั้นตื้น
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane
โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความคงตัวสูง ช่วยสร้างความคมชัดให้กรอบหน้า และมีรุ่นที่เน้นความยืดหยุ่นเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis
โดดเด่นด้านความคุ้มค่าและมีเนื้อเจลที่มีความคงตัวดี เหมาะสำหรับการเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการความพุ่งและชัดเจน
โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero หรือ Aileene
โดดเด่นด้วยเนื้อเจลที่มีความยืดหยุ่นและกลืนกับผิวได้เนียนสนิท จึงเหมาะสำหรับบริเวณผิวบอบบางอย่างใต้ตา ในขณะที่ Aileene เป็นโปรแกรมฟิลเลอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบเนื้อเจลมาให้มีความละมุนและปรับรูปหน้าได้เป็นธรรมชาติอย่างลงตัว
เปรียบเทียบยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ ?
ตารางเปรียบเทียบจุดเด่น เทคโนโลยี และระยะเวลาคงสภาพของโปรแกรมฟิลเลอร์จากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน และง่ายต่อการตัดสินใจก่อนเข้ารับการประเมินกับแพทย์
| แบรนด์ | เทคโนโลยีเด่น | จุดเด่นหลัก | ระยะเวลาคงสภาพ |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm | Vycross / Hylacross | เนื้อเนียน กลืนผิวได้ดี ยืดหยุ่นสูง | 12-24 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane | NASHA / OBT | คงรูปได้ดีเยี่ยม ยกกระชับหน้าได้ดี | 12-24 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis | SHAPE | เนื้อแน่น ขึ้นรูปทรงได้ดี คุ้มค่า | 6-12 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero | CPM | กลืนกับผิวเนียนสนิท ไม่เป็นก้อน | 12-18 เดือน |
โปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละเนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างไร ?
การเลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์จะพิจารณาจากเทคโนโลยีการผลิตและลักษณะเนื้อเจลเป็นสำคัญ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวในแต่ละบริเวณ
- โปรแกรมฟิลเลอร์เนื้อแน่นคงตัว: มีรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะเจาะจงสำหรับเติมเต็มชั้นลึก ช่วยพยุงโครงสร้างผิวบริเวณที่ต้องการความชัดเจน และมีอายุการใช้งานตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
- โปรแกรมฟิลเลอร์เนื้อยืดหยุ่นสูง: มีความโดดเด่นเรื่องเนื้อเจลที่กลืนไปกับผิว เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเอง หรือผู้ที่ต้องการเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ก่อนฉีด
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลผิวพรรณ ก่อนเข้ารับบริการควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสารปลอมแปลงหรือสารที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีจุดสังเกตเบื้องต้นดังนี้
จุดสังเกตกล่องและ Lot Number
- กล่องปิดผนึกมิดชิด : ต้องไม่มีร่องรอยการแกะหรือเปิดใช้งานมาก่อน
- ฉลากภาษาไทยชัดเจน : ระบุรายละเอียดบริษัทผู้นำเข้า พร้อมเลขทะเบียน อย.
- มี QR Code : สามารถใช้สมาร์ตโฟนสแกนตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง
- เลข Lot Number ตรงกัน : เลขล็อตที่ระบุบนกล่อง ซองยา และหลอดเข็มด้านใน จะต้องเป็นเลขเดียวกันทั้งหมด
- แกะกล่องใหม่ต่อหน้า : คลินิกที่ได้มาตรฐานจะต้องแกะกล่องผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อหน้าผู้รับบริการเสมอ
อันตรายจากโปรแกรมฟิลเลอร์ปลอมและสารเติมเต็มผิดกฎหมาย
การใช้สารเติมเต็มปลอม สารหิ้วที่ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิ หรือสารที่ไม่ใช่ไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ที่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา เช่น เกิดการอักเสบติดเชื้อ เนื้อเยื่อจับตัวเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อยผิดรูป หรือในกรณีร้ายแรงอาจเข้าไปอุดตันเส้นเลือดจนทำให้เกิดเนื้อเยื่อตายหรือเป็นอันตรายถึงขั้นตาบอดได้
โปรแกรมฉีดโบทอกซ์ vs โปรแกรมฟิลเลอร์ต่างกันยังไง ?
เพื่อให้การวางแผนดูแลโครงสร้างใบหน้าเป็นไปอย่างเหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข ผู้รับบริการควรเริ่มต้นทำความเข้าใจก่อนว่าโปรแกรมฉีดโบทอกซ์ VS โปรแกรมฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง
ตามหลักการแล้ว การทำงานของโปรแกรมโบทอกซ์ (Botulinum Toxin) จะเป็นการช่วย “คลายกล้ามเนื้อ” ชั่วคราว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการขยับหรือการแสดงสีหน้า เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยตีนกา ริ้วรอยบนหน้าผาก รวมถึงการใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อให้หน้าดูเรียวขึ้น
ในขณะที่สารเติมเต็ม จะทำหน้าที่ “เติมเต็ม” ในจุดที่มีการยุบตัวของกระดูกหรือการฝ่อตัวของชั้นไขมันตามกาลเวลา เช่น ร่องแก้มที่ลึก คางที่สั้น ขมับที่ตอบ หรือร่องน้ำตาที่ลึก โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยหนุนโครงสร้างเหล่านี้ให้ใบหน้าและดูอิ่มฟูและมีสัดส่วนที่ละมุนขึ้น ทั้งนี้ หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาให้ทำทั้งสองหัตถการควบคู่กันได้ตามความเหมาะสม
โปรแกรมฟิลเลอร์ vs โปรแกรม Sculptra vs ไหมทอง vs โปรแกรม HIFU เลือกแบบไหนดี ?
การเลือกใช้หัตถการจะขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากเน้นการเติมเต็มจุดที่ทรุดตัวแบบเห็นผลทันที โปรแกรมฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ที่สุด ส่วนโปรแกรม Sculptra จะเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว ในขณะที่การร้อยไหมจะเน้นดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นทันที และโปรแกรม HIFU จะใช้พลังงานคลื่นเสียงเพื่อหดกระชับชั้นผิวโดยไม่ต้องใช้เข็ม
การเตรียมตัวก่อนรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับหัตถการ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำ อาการบวม และทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือกลุ่มยาแก้ปวด NSAIDs อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากแปะก๊วย และโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายหรือหยุดยาก
- ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรง อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
- หากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร หรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนทำเสมอ
แนวทางการดูแลตัวเองหลังรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ให้สวยอยู่นาน
การดูแลตัวเองหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกวิธี มีผลเป็นอย่างมากต่อความสวยงามและระยะเวลาการคงสภาพของสารเติมเต็ม ซึ่งหากผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ผลิตภัณฑ์กลมกลืนเข้ากับผิวได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งที่ควรทำหลังรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- ประคบเย็นบริเวณที่ทำหัตถการอย่างเบามือในช่วง 0-6 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและลดรอยช้ำ
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวัน เนื่องจากสาร HA มีคุณสมบัติหลักในการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เนื้อเจลฟูสวยและคงสภาพอยู่ได้นานขึ้น
- ในคืนแรก ควรนอนหนุนหมอนให้อยู่ในระดับสูงกว่าปกติเล็กน้อย และพยายามหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับบริเวณที่ทำ เพื่อป้องกันไม่ให้รูปทรงถูกกดทับจนเสียรูป
- สามารถล้างหน้าและดูแลรักษาความสะอาดของผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยน โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่วง 1-2 วันแรก
ข้อห้ามหลังรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- ห้ามบีบ กด นวด หรือถูแรง ๆ ในบริเวณที่รับบริการอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ยกเว้นเป็นกรณีที่แพทย์เป็นผู้จัดทรงให้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัดทุกชนิด เช่น การเข้าซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด หรือการทำหัตถการเลเซอร์ที่มีความร้อนลงลึกบริเวณใบหน้า ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ สำหรับคนที่สงสัยว่าต้องงดแอลกอฮอล์หลังรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กี่วัน ? คำตอบคืออย่างน้อย 3-7 วันแรก เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้เส้นเลือดขยายตัวและเกิดอาการบวมช้ำได้ง่ายขึ้น
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูงประมาณ 3-7 วัน เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการบวมเพิ่มขึ้นได้
ผลข้างเคียงหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือ
โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่สามารถดูแลให้มีความปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองหลังทำแตกต่างกัน การรู้ทันอาการและวิธีรับมือ จะช่วยให้ดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
อาการแบบไหนเรียกว่าปกติ อาการแบบไหนต้องพบแพทย์ทันที
- อาการปกติ : รู้สึกตึง บวม แดง หรือมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณรอยเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบและหายไปเองใน 3-7 วัน
- สัญญาณอันตราย : หากปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสีเป็นซีดขาวหรือคล้ำจัด มีตุ่มหนอง คันรุนแรง หรือตาพร่ามัว ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อพบแพทย์ทันที
วิธีแก้ไขปัญหาโปรแกรมฟิลเลอร์เป็นก้อนและไหลย้อย
- สาเหตุหลัก : มักเกิดจากการเลือกใช้รุ่นผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับชั้นผิว หรือเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง
- วิธีแก้ไข: หากเป็นฟิลเลอร์ HA ที่ได้มาตรฐาน สามารถฉีดสลายให้กลับมาเป็นปกติได้ แต่หากเป็นของปลอมหรือซิลิโคนเหลว จะต้องใช้วิธีผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น
ขั้นตอนการฉีดสลายฟิลเลอร์อย่างถูกวิธี
- การรักษา : แพทย์จะฉีดเอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดสเข้าไปยังจุดที่ต้องการแก้ไข
- กลไกและการเห็นผล : เอนไซม์จะย่อยสลายสาร HA ให้กลายเป็นน้ำและร่างกายจะขับออกตามธรรมชาติ โดยจะเริ่มเห็นผลว่าก้อนฟิลเลอร์ยุบตัวลงภายใน 1-3 วัน
ปัจจัยที่กำหนดราคาฟิลเลอร์ และข้อควรระวังฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ
ราคาของโปรแกรมฟิลเลอร์มีความหลากหลาย การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้พิจารณาเลือกรับบริการได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
- แบรนด์และรุ่นของผลิตภัณฑ์ : ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีเทคโนโลยีการผลิตและอายุการคงสภาพที่ต่างกัน
- ประสบการณ์ของแพทย์ : การวิเคราะห์ใบหน้าและเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย ต้องอาศัยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
- มาตรฐานความปลอดภัย : คลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดเชื้อ ย่อมมีมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการที่สูงกว่า
- ข้อควรระวังราคาถูก : หลีกเลี่ยงโปรโมชันที่ถูกกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติ เพราะเสี่ยงเจอของปลอม ยาหิ้วเสื่อมสภาพ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงร้ายแรง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? เช็ก 5 ข้อก่อนตัดสินใจ
- คลินิกมีใบอนุญาต : สังเกตป้ายใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ : สามารถนำชื่อ-นามสกุล ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของแพทยสภาได้
- ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น: คลินิกต้องกล้าแกะกล่องใหม่ ให้ตรวจสอบเลขล็อต และให้นำกล่องกลับบ้านได้
- ความสะอาดและได้มาตรฐาน : สถานที่ต้องสะอาด ปลอดเชื้อ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มาตรฐาน
- มีการติดตามผลและรีวิวที่เชื่อถือได้ : มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงทั้งรูปภาพและวิดีโอ และมีการนัดติดตามผลหลังทำ
แพทย์ผู้ดูแลโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic
แพทย์ที่ LBC Clinic ทุกคนมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้อง และได้รับการอบรมเทคนิคการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ พร้อมทั้งดูแลและประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาและสัดส่วนของแต่ละบุคคลได้ และแลดูเป็นธรรมชาติ
เติมเต็มความมั่นใจ ดูแลโครงสร้างใบหน้าในแบบที่เป็นคุณกับ LBC Clinic
มาตรฐานความปลอดภัยของการทำโปรแกรมฟิลเลอร์คือสิ่งที่ LBC Clinic ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ที่นี่ทุกเคสจะได้รับการดูแลโดยแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการปรับรูปหน้าแบบเฉพาะบุคคล สามารถเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานก่อนฉีดได้ ด้วยการแกะกล่องต่อหน้าทุกเคส พร้อมทั้งมีทีมคอยดูแลและแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างละเอียด หากสนใจดูแลสัดส่วนใบหน้าให้แลดูละมุนสดใสขึ้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ lbc-clinic.com หรือส่งรูปถ่ายเพื่อปรึกษาและประเมินเบื้องต้นกับแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ โทร : 02-102-1282 หรือ LINE Official: @lbcclinic พบกันได้ที่ 4 สาขาพร้อมให้บริการใกล้คุณ
- สาขาพระรามเก้า
- สาขาสยามสแควร์วัน
- สาขาเอ็มควอเทียร์
- สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฟิลเลอร์ (FAQs)
Q: ขั้นตอนการทำเจ็บมากไหม และต้องลางานเพื่อพักฟื้นหรือเปล่า ?
A: ระหว่างการทำหัตถการจะมีการใช้ยาชาและประคบเย็นควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลง หลังทำเสร็จอาจมีรอยแดงหรืออาการบวมช้ำเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ ปรับสภาพและดีขึ้นเองตามธรรมชาติ ผู้รับบริการจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าเบา ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นนาน
Q: อาการบวมหลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์เป็นเรื่องปกติหรือไม่ นานแค่ไหนถึงจะเข้าที่ ?
A: อาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยหลังทำ ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย โดยทั่วไปอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 3-7 วัน และเนื้อผลิตภัณฑ์จะเริ่มผสานเข้ากับชั้นผิวจนแลดูเป็นธรรมชาติเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ การประคบเย็นอย่างเบามือในช่วงแรกและการดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอจะช่วยให้สภาพผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
Q: มีวิธีไหนบ้างที่ช่วยรักษาสภาพสารเติมเต็มให้อยู่ได้ยาวนานขึ้น ?
A: นอกจากการดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน เพื่อช่วยให้สารกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด อุ้มน้ำและฟูสวยแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัดโดยตรง เช่น การเข้าซาวน่า อบไอน้ำ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้สารเติมเต็มสลายตัวได้เร็วกว่าปกติ
Q: จะมั่นใจได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ?
A: ความปลอดภัยสูงสุดเริ่มต้นจากการเลือกสถานพยาบาลที่สะอาด ได้มาตรฐาน และใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ก่อนทำหัตถการควรตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์ สังเกตฉลากภาษาไทย เลขทะเบียน อย. และสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่องเพื่อยืนยันว่าเป็นของที่ได้มาตรฐานทุกครั้ง รวมทั้งต้องดูแลโดยแพทย์เพื่อการประเมินสัดส่วนที่ถูกต้องและปลอดภัย
Q: ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ไหม ?
A: เพื่อความปลอดภัยสูงสุดทางการแพทย์ แนะนำให้สตรีมีครรภ์และผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร หลีกเลี่ยงการทำหัตถการประเภทนี้ไปก่อน จนกว่าจะพ้นช่วงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับผลกระทบในกลุ่มนี้อย่างชัดเจน
Q: ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์แล้วทำเลเซอร์ หรือฉีดโปรแกรมโบทอกซ์พร้อมกันได้ไหม ?
A: สามารถฉีดโปรแกรมโบทอกซ์พร้อมกันในวันเดียวกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละบริเวณ แต่สำหรับการทำโปรแกรมเลเซอร์ แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนที่อาจส่งผลต่อการคงสภาพของสารเติมเต็ม
Q: โปรแกรมฟิลเลอร์หากหมดอายุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมไหม ?
A: สารเติมเต็มประเภท HA จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ โดยเมื่อสลายหมดแล้ว สภาพผิวและโครงหน้าจะกลับไปใกล้เคียงกับสภาพเดิมก่อนฉีด ไม่ได้ทำให้ผิวหย่อนคล้อยแย่ลงกว่าเดิม ในทางกลับกัน การเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ยังช่วยพยุงคอลลาเจนใต้ผิวในช่วงเวลาที่สารยังคงอยู่ ทำให้คุณภาพผิวในระยะยาวได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

โทรเลย
Add Line
