โปรแกรมฟิลเลอร์ ปั้นหน้าให้สวยตามเรฟ เคสรีวิวเยอะ
ปลดล็อกความมั่นใจพร้อมอัปลุคใหม่ให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์และมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic ตัวช่วยจัดการปัญหาร่องลึก แก้มตอบ หรือปรับสัดส่วนรูปหน้าให้สมดุลโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม ให้ผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
โดดเด่นด้วยการดูแลจากทีมแพทย์ที่พร้อมประเมินปัญหาและดีไซน์รูปหน้าแบบเคสต่อเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยละมุน แลดูเป็นธรรมชาติ และเข้ากับโครงหน้าของคุณมากที่สุด ภายใต้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน อย. ไทยให้สแกน QR Code และแกะกล่องต่อหน้าทุกเคส เพื่อให้มั่นใจได้คุณภาพ ยืนยันความประทับใจได้ด้วยรีวิวจากผู้รับบริการจริง
โปรแกรมฟิลเลอร์ คืออะไร ?
โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) คือการใช้สารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อเจลใสและนิ่ม โดยความหนาแน่นของเนื้อเจลจะแตกต่างกันออกไปตามเทคโนโลยีการผลิตและการออกแบบของแต่ละแบรนด์ อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ โปรแกรมการเติมฟิลเลอร์จึงเป็นหัตถการที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องลึก หรือต้องการดีไซน์รูปหน้า โดยสามารถนำมาใช้เติมเต็มได้หลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ แก้มตอบ ปาก คาง หรือกรอบหน้า ตัวยาสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
โปรแกรมฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?
การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์มีส่วนช่วยในการดูแลปัญหาผิวและปรับโครงสร้างใบหน้าได้อย่างหลากหลาย ดังนี้
- เติมเต็มร่องลึก : ช่วยพยุงชั้นผิวที่ยุบตัวลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และร่องใต้ตา
- ดีไซน์สัดส่วนใบหน้า : ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น เติมคางให้ดูเรียวละมุน หรือเติมขมับที่ตอบให้กลับมาดูเต็ม
- ฟื้นฟูความชุ่มชื้น : สาร HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จึงช่วยให้ผิวบริเวณที่เติมดูอิ่มฟู สดใส และลดความหมองคล้ำจากเงาใต้ผิว
โปรแกรมฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?
สารเติมเต็มในปัจจุบันมีหลากหลายนวัตกรรม โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
1. สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler / HA)
สารเติมเต็มแบบชั่วคราว คือสารสกัด Hyaluronic Acid (HA) ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในคลินิกความงาม สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase หากเกิดข้อผิดพลาดหรือผลลัพธ์ไม่เป็นที่ต้องการ หรือจะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ
2. สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler)
เป็นกลุ่มสารเติมเต็มและสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่ากลุ่ม HA โดยมักจะคงอยู่ได้นาน 1-2 ปีขึ้นไป แบ่งออกเป็นชนิดย่อย ๆ เช่น
- Poly-L-lactic acid (PLLA) สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับแบบค่อยเป็นค่อยไป
- Calcium Hydroxylapatite (CaHA) สารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุคล้ายกระดูก ช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าได้ดี
3. สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler)
สารเติมเต็มแบบถาวร ได้แก่ ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือไขมันเทียม เป็นสารที่ไม่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และไม่แนะนำให้ใช้โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพังผืด การอักเสบ หรือไหลย้อยผิดรูปในอนาคต หากต้องการนำออกต้องพึ่งพาการผ่าตัดขูดออกเท่านั้น
บริเวณที่แนะนำทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ เพิ่มความละมุน มุมไหนก็มั่นใจ
1. โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา
ช่วยดูแลปัญหาร่องลึก ใต้ตาหมองคล้ำ หรือเบ้าตาดูลึก การเติมฟิลเลอร์บริเวณนี้จะช่วยทดแทนชั้นไขมันที่ฝ่อตัวลงตามวัย คืนความอิ่มฟูและช่วยให้ดวงตาดูสดใส ไม่ดูอ่อนล้า
2. โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบ / ร่องแก้ม
การยุบตัวของแก้มและร่องแก้มที่ลึกมักทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การเติมเต็มในจุดนี้จะช่วยยกกระชับผิวบริเวณกึ่งกลางใบหน้าให้ดูมีน้ำมีนวล และพรางโหนกแก้มให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น
3. โปรแกรมฟิลเลอร์ขมับ
ผู้ที่มีขมับลึกหรือตอบ มักทำให้รูปหน้าดูแข็งและโหนกแก้มดูเด่น การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์บริเวณนี้จะช่วยปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น
4. โปรแกรมฟิลเลอร์คาง / ปาก
เสริมคางให้ได้สัดส่วน ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ดูแลปัญหาคางสั้นหรือคางตัด พร้อมทั้งเพิ่มมิติริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ พรางปัญหาร่องริมฝีปากแห้ง หรือปรับรูปทรงปากให้เป็นกระจับ
5. โปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า / ทั่วหน้า
ปรับกรอบหน้าให้คมชัด สร้างมิติให้โครงหน้า แพทย์อาจพิจารณาใช้ปริมาณ 3-6 cc ขึ้นไป เพื่อเสริมสร้างความสมดุลให้ใบหน้าโดยรวม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์แต่ละบุคคล
โปรแกรมฟิลเลอร์เหมาะกับใคร ?
โปรแกรมเติมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลโครงสร้างใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์และมีมิติ โดยเหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้
- ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัย : เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวเริ่มหย่อนคล้อย มีร่องริ้วรอย หรือโครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไปจากการที่กระดูกและไขมันบนใบหน้าเริ่มฝ่อตัวลงตามอายุ
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูเหนื่อยล้า : แม้จะพักผ่อนเพียงพอแต่หน้ายังดูโทรม ดูไม่สดใส โปรแกรมฟิลเลอร์จะช่วยเข้าไปเติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ ภาพรวมดูสดใสมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดีไซน์รูปหน้าให้ได้สัดส่วน (Golden Ratio) : สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมจุดเด่นหรือแก้ไขจุดบกพร่อง เช่น การปรับแนวกรามให้คมชัด หรือการเพิ่มความยาวของคางเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวสมดุลตามหลักความงาม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เนื้อยาดูกลมกลืนไปกับผิว และสามารถแสดงสีหน้าได้ปกติ
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น : ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ เพราะเป็นหัตถการแบบที่ใช้เวลาน้อย เจ็บน้อย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นแบบการผ่าตัด
เลือกผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?
ที่ LBC Clinic มีผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มให้เลือกหลากหลายแบรนด์ เพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาผิวและโครงหน้า โดยยี่ห้อที่พร้อมให้บริการ มีดังนี้
| ยี่ห้อฟิลเลอร์ | จุดเด่น |
| Juvederm | เนื้อเนียนละเอียด กลืนเข้ากับผิวได้ดีมาก มียาชาผสมในตัว ให้ผลลัพธ์ที่ละมุน |
| Restylane | มีเทคโนโลยี NASHA และ OBT ให้ความคงตัวและยืดหยุ่นสูง มีรุ่นให้เลือกเยอะที่สุด |
| Teoxane | โดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่ทนต่อการขยับของใบหน้าได้ดีเยี่ยม ยืดหยุ่นสูง ไม่เป็นก้อน |
| Neuramis | เนื้อเจลมีความคงตัวดีเยี่ยม ราคาประหยัดและเข้าถึงง่าย ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน |
| e.p.t.q. | ได้มาตรฐานยุโรป (EP) เนื้อฟิลเลอร์คงรูปได้ดี ไม่ไหลย้อย |
วิธีเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ป้องกันฟิลเลอร์ปลอม
จุดสังเกตฟิลเลอร์ปลอมเบื้องต้น
ผลิตภัณฑ์ปลอมมักมีราคาถูกผิดปกติ กล่องบรรจุภัณฑ์สีเพี้ยนหรือไม่มีฉลากภาษาไทยกำกับ นอกจากนี้เนื้อเจลอาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง ไม่เนียนละเอียด
วิธีเช็กกล่องและเลข อย. แต่ละยี่ห้อ
- ตรวจสอบว่ามีฉลากภาษาไทยและเอกสารกำกับยาอย่างครบถ้วน
- สแกน QR Code บนกล่อง ซึ่งมีในหลายแบรนด์ เช่น โปรแกรม Restylane, โปรแกรม Juvederm หรือโปรแกรม Nueramis ทั้งนี้ เพื่อเช็กว่าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน นำเข้าโดยบริษัทจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- เลข Lot ที่กล่อง ซอง และหลอดฉีดยา ต้องตรงกันทั้งหมด
ขั้นตอนการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic
- การประเมินรูปหน้า : แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า รับฟังความต้องการ และประเมินปริมาณตัวยาที่เหมาะสม
- การเตรียมผิวและยาชา : ทำความสะอาดใบหน้า และแปะยาชาบริเวณที่จะทำหัตถการประมาณ 30-45 นาที
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ : แกะกล่องยาใหม่ต่อหน้าผู้รับบริการ และให้ตรวจสอบเลข อย. เลขล็อตที่ต้องตรงกันทั้งหมด
- การทำหัตถการ : แพทย์ดำเนินการฉีดสารเติมเต็มด้วยเทคนิคเฉพาะ โดยมักใช้เข็มปลายทู่เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
- แนะนำการดูแลหลังทำ : แพทย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีและคงอยู่ยาวนาน
วิธีดูแลตัวเองก่อน–หลังทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์
วิธีดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์
ก่อนทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนฉีด หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่อาจระคายเคืองผิว พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น และควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาใด ๆ อยู่
วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์
หลังทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหลังฉีด 24 ชั่วโมง, หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ 3-7 วัน เพื่อลดอาการบวม ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้สารเติมเต็มคงรูป แลดูเป็นธรรมชาติ และหากมีอาการบวมแดงผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงของการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ และวิธีลดความเสี่ยง
หลังเข้ารับบริการอาจพบอาการบวมแดงหรืออาการเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติที่ไม่อันตราย สามารถหายเองได้ใน 3-7 วัน อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ผู้ทำหัตถการขาดความชำนาญ อาจมีความเสี่ยงที่ตัวยาจะอุดตันเส้นเลือดได้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเลือกรับบริการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เข้าใจหลักกายวิภาคอย่างลึกซึ้ง และใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม HA ที่ได้มาตรฐาน สามารถฉีดสลายได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจ
การปรับโครงสร้างใบหน้าด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ มีส่วนช่วยในการสร้างสมดุลให้กับรูปหน้า (Facial Proportion) ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เมื่อสัดส่วนใบหน้ามีความรับกันอย่างลงตัว ย่อมส่งผลให้ผู้รับบริการมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันและบุคลิกภาพที่ดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
เช็กราคาโปรแกรมเติมฟิลเลอร์กับ LBC Clinic
| ตำแหน่งที่เติมฟิลเลอร์ | ราคาเริ่มต้น* | ปริมาณที่แนะนำ | ระยะเวลาที่อยู่โดยเฉลี่ย |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา | 5,000 บาท | 1 cc | 12-18 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์คาง | 3,900 บาท | 1 cc | 12-18 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้ม | 3,900 บาท | 1-2 cc | ประมาณ 12 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ขมับ / แก้มตอบ | 3,900 บาท | 1-2 cc | 12-18 เดือน |
| โปรแกรมฟิลเลอร์ปาก | 5,900 บาท | 0.5-1 cc | 6-12 เดือน |
หมายเหตุ: หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา สามารถติดตามอัปเดตโปรโมชันโปรแกรมฟิลเลอร์ล่าสุด
รีวิวการทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์จากลูกค้าจริง
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้บริการขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิมของแต่ละบุคคล สามารถดูภาพรีวิวการทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์จากลูกค้าจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ ภาพรีวิวแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดูแนบเนียน กรอบหน้าชัดขึ้น ร่องลึกดูตื้นขึ้น และผิวแลดูอิ่มฟู นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษารีวิวคลินิกฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ก่อนเข้ารับบริการได้เช่นกัน
ทำไมต้องทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์กับ LBC Clinic ?
- ประสบการณ์ด้านการดีไซน์รูปหน้าและดูแลผิวพรรณยาวนาน
- ทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง ประเมินปัญหาแบบเคสต่อเคส
- ใช้ตัวยาผ่าน อย.ไทยเท่านั้น (แสดงกล่อง/เปิดกล่องใหม่/ให้เช็กเลข อย. ก่อนฉีดทุกครั้ง)
- มีเคสรีวิวจริง ยืนยันผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ
- มีการนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดและรับเคสแก้ไขปัญหาจากที่อื่น
เติมเต็มความมั่นใจ ดีไซน์รูปหน้าให้ดูดีในแบบที่เป็นคุณกับ LBC Clinic
เพราะความมั่นใจสร้างได้ด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ LBC Clinic ดูแลโดยทีมแพทย์ที่พร้อมประเมินปัญหาเฉพาะบุคคลอย่างตรงจุด มั่นใจในมาตรฐาน เพราะสามารถเช็กตัวสารเติมเต็มที่ได้มาตรฐานก่อนฉีด แกะกล่องต่อหน้าทุกเคส สนใจปรับลุคใหม่ให้ดูสดใสขึ้น สามารถส่งรูปประเมินเบื้องต้น และจองคิวเข้ามาปรึกษาได้ที่ LINE Official: @lbcclinic หรือโทร. 02-102-1282 แล้วพบกันได้ที่ 4 สาขาพร้อมให้บริการใกล้คุณ
- สาขาพระรามเก้า
- สาขาสยามสแควร์วัน
- สาขาเอ็มควอเทียร์
- สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมการเติมฟิลเลอร์ (FAQs)
Q: โปรแกรมเติมฟิลเลอร์กับ LBC Clinic ใช้ยี่ห้ออะไรบ้าง ?
A: LBC Clinic ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ HA แบรนด์ที่ผ่าน อย.ไทย เช่น โปรแกรม Restylane,โปรแกรม Juvederm หรือโปรแกรม Neuramis โดยแพทย์จะประเมินให้ว่าบริเวณที่ต้องการฉีดเหมาะกับยี่ห้อและรุ่นไหนที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและสภาพผิว
Q: หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้นานเท่าไร?
A: โปรแกรมเติมฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ยี่ห้อ รุ่น ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังทำ เช่น การเลี่ยงความร้อนจัด แอลกอฮอล์ และไม่กดนวดแรงในจุดที่ฉีด
Q: โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทำแล้วเจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม ?
A: ระหว่างทำแพทย์จะทายาชาหรือใช้ฟิลเลอร์ที่มียาชาผสมอยู่ ทำให้รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย หลังทำอาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย 2-3 วัน แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติ ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
Q: เติมฟิลเลอร์แล้วดูเป็นธรรมชาติไหม ?
A: ถ้าเลือกปริมาณที่พอดีและฉีดในชั้นผิวที่ถูกต้องโดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านผิวหนัง ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าดูสดใสและได้สัดส่วนขึ้น ไม่ได้ดูเปลี่ยนหน้าจนจำไม่ได้
Q: ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แล้วถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ทำอะไรได้บ้าง ?
A: หากเป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid สามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้ ทำให้สามารถปรับลดหรือแก้ไขในจุดที่ไม่ต้องการได้ แต่ควรทำโดยแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องอาการแพ้หรือผิวบุ๋ม
Q: โปรแกรมเติมฟิลเลอร์กับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ต่างกันอย่างไร ?
A: หลักการทำงานต่างกัน โปรแกรมฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มในจุดที่ยุบหรือตอบ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ขมับ ส่วนโปรแกรมโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ จึงเหมาะสำหรับช่วยเรื่องริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยบนหน้าผาก หว่างคิ้ว ตีนกา
Q: โปรแกรมฟิลเลอร์ราคาถูกเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
A: ควรพิจารณาจากคลินิกที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ว่าใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน และดำเนินการโดยแพทย์ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาที่ถูกเกินจริงเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเสี่ยงต่อการเจอผลิตภัณฑ์ปลอม
Q: โปรแกรมฟิลเลอร์สลายแล้วหน้าจะแก่ลงไหม ?
A: เมื่อตัวยาสลายตัวตามธรรมชาติ ผิวจะกลับไปสู่สภาพเดิมก่อนทำหัตถการ ไม่ได้ทำให้หน้าแก่ลงกว่าเดิมแต่อย่างใด
Q: สามารถทำโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ได้บ่อยแค่ไหน ?
A: สามารถรับบริการเพิ่มเติมได้เมื่อรู้สึกว่าตัวยาเริ่มสลายหรือต้องการเติมเต็มเพิ่ม ทั้งนี้ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินระยะเวลาและปริมาณที่เหมาะสม
Q: โปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc เท่ากัน ผลลัพธ์เท่ากันไหม ?
A: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัญหาโครงสร้างผิวเดิมของแต่ละบุคคล รวมถึงยี่ห้อและรุ่นของตัวยาที่เลือกใช้ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
Q: ปัญหาแบบไหนควรศัลยกรรมแทนการรับโปรแกรมเติมฟิลเลอร์ ?
A: ปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกผิดรูปอย่างหนัก หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนังและไขมันส่วนเกินที่มีปริมาณมากจนไม่สามารถพยุงด้วยสารเติมเต็มได้ แพทย์อาจประเมินให้ใช้การศัลยกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า
Q: โปรแกรม Sculptra กับโปรแกรมฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร ?
A: โปรแกรม Sculptra เป็นสาร PLLA ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวเพื่อให้ผิวค่อย ๆ แน่นกระชับขึ้น ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์กลุ่ม HA จะเน้นการเติมเต็มร่องลึกและปรับสัดส่วนใบหน้า ซึ่งสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ

โทรเลย
Add Line