เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาสุขุมวิท39 10.30 – 20.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

โปรแกรมยกกระชับ

Key Takeaways 

การเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าควรพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาความหย่อนคล้อยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์อย่าง Ultraformer III และ Ulthera หรือคลื่นวิทยุอย่าง Oligio ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นในการดูแลชั้นผิวที่แตกต่างกัน โดยการปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาจะช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และได้สัดส่วนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

Table of Content

เมื่อเวลาผ่านไป ความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน หรือปัญหาเหนียงใต้คาง มักกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนหมดความมั่นใจ แต่ในปัจจุบันเราสามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ด้วย “โปรแกรมยกกระชับหน้า” ตัวช่วยดึงผิวให้กลับมาดูเต่งตึงได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่ พร้อมเปลี่ยนผิวที่ดูร่วงโรยให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์และแลดูสุขภาพดีอีกครั้ง

โปรแกรมยกกระชับหน้า คือการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนัง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้เนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัว พลังงานเหล่านี้จะลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ส่งผลให้ผิวเกิดการยกตัวขึ้น กรอบหน้าแลดูชัดเจน และผิวแลดูอ่อนเยาว์

ข้อดีของโปรแกรมยกกระชับหน้า

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : พลังงานที่ส่งลงไปใต้ชั้นผิวจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น
  • ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน : ช่วยเก็บรายละเอียดบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้กรอบหน้าแลดูชัดเจนและใบหน้าแลดูเล็กลง
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิว : ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียน รูขุมขนแลดูกระชับ และเปลี่ยนผิวที่ดูอ่อนล้าให้กลับมาแลดูสุขภาพดี
  • ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ : เนื่องจากการทำงานเป็นการกระตุ้นจากภายในสู่ภายนอก ใบหน้าจึงแลดูอ่อนเยาว์โดยไม่ดูแข็งทื่อ

โปรแกรมยกกระชับหน้าเหมาะกับใคร ?

  1. ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย : เริ่มเห็นร่องน้ำหมากชัดเจน หรือผิวบริเวณแก้มเริ่มหย่อนตามแรงโน้มถ่วง
  2. ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด : อยากมีแนวสันกรามที่คมชัด หรือต้องการจัดการกับปัญหาเหนียงใต้คาง
  3. ผู้ที่ต้องการชะลอวัย : อยากเริ่มดูแลผิวตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยในอนาคต
  4. ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด : อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าแต่กังวลเรื่องการพักฟื้น

โปรแกรมยกกระชับหน้า มีกี่แบบ ? เลือกวิธีไหนให้ตอบโจทย์

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยหลากหลายประเภท โดยแต่ละรูปแบบมีหลักการทำงานและตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

1. HIFU / Ultraformer III 

เน้นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงยิงลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน ช่วยยกแก้มที่เริ่มห้อยให้กระชับขึ้น พร้อมเก็บกรอบหน้าให้แลดูคมชัด

  • เหมาะกับ : ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือต้องการคงความกระชับของผิวให้ยาวนาน

2. Ulthera

นวัตกรรมการยกกระชับด้วยคลื่น Micro-Focused Ultrasound หน้าจอแสดงผลแบบ Real-Time ช่วยให้เห็นชั้นผิวขณะทำ พลังงานที่ส่งลงไปมีความเสถียรและเข้าถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวสำคัญในการดึงหน้า

  • เหมาะกับ : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการยกคิ้ว หรือต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

3. Oligio

โปรแกรมที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน พร้อมช่วยลดไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณแก้มหรือเหนียง

  • เหมาะกับ : ผู้ที่มีผิวหน้าค่อนข้างหนา มีไขมันแก้มเยอะ หรือผิวขาดความยืดหยุ่นและรูขุมขนกว้าง เพื่อให้ผิวแลดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น

4. โปรแกรมโบท็อกซ์ยกกระชับหน้า

การใช้ตัวยาโบทูลินัม ท็อกซิน ฉีดเข้าไปบริเวณกรอบหน้า เพื่อปรับการทำงานของกล้ามเนื้อที่คอยดึงผิวลง เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ผิวหนังจะแลดูยกตัวขึ้น ส่งผลให้แนวสันกรามแลดูคมชัดและใบหน้าแลดูเรียวสวย

  • เหมาะกับ : ผู้ที่อยากให้กรอบหน้าดูคม ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือยกกระชับ 

5. โปรแกรมเติมฟิลเลอร์

หลายคนอาจไม่รู้ว่าการใช้สารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก เอซิด ก็ช่วยยกหน้าได้เช่นกัน โดยเฉพาะการเติมในจุดที่โครงสร้างผิวหายไป เช่น ขมับหรือแก้มที่ตอบบุ๋ม เมื่อเติมวอลลุ่มเข้าไปจะช่วยพยุงผิวส่วนที่หย่อนคล้อยให้แลดูยกและอิ่มเอิบ

  • เหมาะกับ : ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกหรือผิวตอบตามวัย เมื่อทำควบคู่กับโปรแกรมยกกระชับจะช่วยให้ผิวแลดูเต่งตึงและแลดูสุขภาพดี

โปรแกรมยกกระชับหน้าอยู่ได้นานเท่าไร ?

ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีที่เลือกใช้และสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล โดยสรุปภาพรวมได้ดังนี้

  • HIFU / Ultraformer III : ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง
  • Ulthera : ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2 ปี เนื่องจากการส่งพลังงานที่ลงลึกและมีความเสถียรสูง
  • Oligio : ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี และเห็นผลชัดเจนในเรื่องความแน่นของผิว
  • โปรแกรมโบท็อกซ์ยกกระชับหน้า :  ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณตัวยาและการดูแลตนเอง
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ : ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และตำแหน่งที่เติม รวมถึงการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

ตารางสรุป โปรแกรมยกกระชับหน้า วิธีไหนดีที่สุด ?

โปรแกรมจุดเด่นหลักเหมาะกับปัญหาระยะเวลาผลลัพธ์
Ultraformer IIIกระตุ้นคอลลาเจน ยกแก้มผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย6-12 เดือน
Ultheraแม่นยำ เห็นชั้นผิวจริงผิวหย่อนชัดเจน / ยกคิ้ว1-2 ปี
Oligioลดไขมัน กระชับผิวแก้มเยอะ / เหนียงเยอะ6-12 เดือน
โปรแกรมโบท็อกซ์ยกหน้าปรับสมดุลกล้ามเนื้อกรอบหน้าไม่คม3-4 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์เติมวอลลุ่ม พยุงผิวขมับตอบ / แก้มตอบ6-18 เดือน

วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมยกกระชับหน้า

เพื่อให้พลังงานที่ส่งลงไปทำงานได้อย่างเต็มที่และรักษาผลลัพธ์ให้อยู่คู่กับผิวได้ยาวนาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงความร้อน : ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดการทำซาวน่า อบไอน้ำ หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด เพื่อไม่ให้ความร้อนรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  2. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น : การทาครีมบำรุงและครีมกันแดดเป็นประจำ จะช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดดที่อาจทำลายคอลลาเจนใหม่
  3. ดื่มน้ำมาก ๆ : น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้นและแลดูสุขภาพดีจากภายใน
  4. งดการนวดหน้าแรง ๆ : ในช่วงแรกไม่ควรบีบ นวด หรือคลึงใบหน้าแรง ๆ เพื่อให้ชั้นเนื้อเยื่อได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่

ทำไมต้องทำโปรแกรมยกกระชับหน้าที่ LBC Clinic ?

ที่ LBC Clinic ไม่ได้มองแค่การทำหัตถการให้จบไป แต่เราเน้นความพึงพอใจและความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับเป็นสำคัญ 

การเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าที่ดี ไม่ใช่การเลือกเครื่องที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหาผิวของคุณ หากยังไม่มั่นใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน สามารถจองคิวเข้ามาปรึกษาที่ LBC Clinic ได้ฟรี หรือหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลได้ที่ คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับด้านล่างนี้ 

ติดต่อสอบถามหรือจองคิว

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Can High-Intensity Focused Ultrasound Treatment Replace Face Lifts?. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/hifu-for-face.
  2. Ultherapy: Nonsurgical Alternative to Facelift. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/ultherapy.
  3. What to Know About Liquid Facelifts. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569. จาก https://www.webmd.com/beauty/what-to-know-about-liquid-facelifts.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับหน้า (FAQs)

Q: ระหว่าง Ulthera, HIFU และ Oligio ควรเลือกทำตัวไหนดี ?

A: ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากผิวหย่อนคล้อยต้องการยกกระชับหน้าใช้ Ulthera หรือ HIFU ที่เน้นชั้น SMAS แต่ถ้าแก้มเยอะหรือผิวไม่แน่นควรเลือก Oligio ที่ช่วยลดไขมันและกระชับรูขุมขน

Q: การทำโปรแกรมยกกระชับเจ็บไหม และต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?

A: จะรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดใต้ผิวขณะส่งพลังงาน แต่แพทย์สามารถปรับระดับให้เหมาะกับความอดทนได้ หลังทำไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งหายเองได้ใน 1-3 วัน

Q: ทำเครื่องยกกระชับพร้อมกับโปรแกรมโบท็อกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ได้หรือไม่ ?

A: ทำร่วมกันได้ โดยเครื่องจะช่วยยกโครงหน้า ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์ช่วยเติมร่องลึก และโปรแกรมโบท็อกซ์ช่วยปรับกรอบหน้า โดยแพทย์จะวางลำดับการทำให้คุณตามความเหมาะสม

Q: ผลลัพธ์จากเครื่องยกกระชับ ใช้แทนการศัลยกรรมดึงหน้าได้เลยไหม ?

A: แม้ผลลัพธ์จะไม่เท่าการศัลยกรรมดึงหน้า แต่เครื่องยกกระชับช่วยดึงผิวได้ลึกและเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ช่วยให้หน้าดูตึงกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นได้นานถึง 1-2 ปี โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

Q: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมยกกระชับหน้า ?

A: เลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์อื่นบนใบหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ และแจ้งแพทย์หากมีการเติมสารเติมเต็มหรือทำหัตถการอื่นมาในช่วง 1 เดือนก่อนหน้า