เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาสุขุมวิท39 10.30 – 20.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

คู่มือข้อปฏิบัติก่อน - หลังทำหัตถการ
LBC Clinic

โบทอกซ์

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • ภายในวันที่ฉีดแนะนำหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า (ตามความสะดวกของลูกค้า เพราะจะมี จนท.คลีนหน้าก่อนทำ)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก เตรียมร่างกายและใบหน้าให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากหรือทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • กรณีฉีดกราม 30 นาทีหลังฉีด ขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง (เคี้ยวหมากฝรั่ง)
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงหรือมีเหงื่อเยอะ 48 ชม.
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีทเม้นท์หน้า ความร้อน น้ำอุ่น หรืออบซาวน่า และเลเซอร์ร้อนที่ผิวชั้นลึก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 1-2 วันหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ 3-4 ชม. หลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการนวดคลึงบริเวณที่ฉีด
  • หลังฉีด 30 นาที สามารถล้างหน้า ทาครีม แต่งหน้าได้ปกติ

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หลังฉีดอาจพบตุ่มนูนและรอยแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งหายได้ภายใน 1 วัน
  • หากมีรอยช้ำหรือรอยแดงบริเวณที่ฉีด รอยจะหายเองได้ภายใน 7 วัน และสามารถแต่งหน้าปิดได้
  • กล้ามเนื้อมัดเล็ก ริ้วรอย กรอบหน้า เห็นผลชัดใน 5-7 วัน หรืออาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับบุคคล
  • กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กราม บ่า น่อง หรือบริเวณที่ฉีดลดเหงื่อ จะเห็นผลชัดใน 4-6 สัปดาห์

ฟิลเลอร์

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • ภายในวันที่ฉีดแนะนำหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า (ตามความสะดวกของลูกค้า เพราะจะมี จนท.คลีนหน้าก่อนทำ)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก เตรียมร่างกายและใบหน้าให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากหรือทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A)
  • หลีกเลี่ยงการแว๊ก หรือการโกนขนบริเวณนั้น ๆ 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการบนใบหน้า 3 วันก่อนฉีด
  • หากมีโรคประจำตัว หรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลังฉีดแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ 1.5-2 ลิตร/วัน (ตัวโปรแกรมฟิลเลอร์จะฟูและอยู่ได้นาน)
  • หลังฉีด 24 ชม. สามารถล้างหน้า ทาครีม แต่งหน้าได้ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการนวดคลึง บีบ แกะ เกา บริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงมีเหงื่อเยอะ หรือออกกำลังกายหนัก ๆ 48 ชม.
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีทเม้นท์หน้า ความร้อน น้ำอุ่น หรืออบซาวน่า และเลเซอร์ร้อนที่ผิวชั้นลึก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์หลังฉีด
  • 1-2 วัน หลังฉีด ไม่นอนกดทับใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทรสจัด หมักดอง 3-7 วัน เพราะจะไปกระตุ้นการอักเสบบวมหลังฉีดได้

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากมีอาการบวมช้ำให้ประคบเย็น 48 ชม.หลังฉีด (ห้ามกดแรงหรือวางประคบแรง ๆ) ใช้ผ้าเย็นได้
  • อาการบวม ในจุดที่ฉีดจะหายเองใน 7-14 วัน
  • นอนนิ่ง ๆ เพื่อให้โปรแกรมฟิลเลอร์ กระจายตัว 5-10 นาที
  • หลังฉีดหากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดได้ เช่น พารา ทาลินอล
  • ไม่แนะนำ !! อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ไม่แนะนำ !! สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ยังคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ต้องให้อินซูลินเป็นประจำ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ไม่แนะนำ !! คนเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ยกกระชับ

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้ (AHA) หรือเรตินอล เพราะอาจทำให้ผิวไวต่อพลังงานของเครื่อง และทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก หรือทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือถูบริเวณใบหน้าแรง ๆ เพราะอาจเกิดการบวมอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการออกแดด 1-2 สัปดาห์ เพื่อฟื้นฟูให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • สามารถทาครีมบำรุงได้ตามปกติ
  • ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพื่อป้องกันแสงแดดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • หลังทำสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • กรณีที่มีอาการตึง ปวดบริเวณใบหน้า สามารถทานยาแก้ปวดได้
  • บางเคสอาจมีอาการผิวแห้ง ที่เกิดจากการทายาชาหรือมีความบวมแดงร่วมด้วย แต่จะค่อย ๆ หายไปเองได้ใน 1-2 ชั่วโมง ไม่มีอันตราย * โปรแกรม ULTRAFORMER III และ โปรแกรม OLIGIO
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ไม่แนะนำ !! คนเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด

Hybrid Filler

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก หรือทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A)
  • หลีกเลี่ยงการแว๊ก หรือการโกนขนบริเวณนั้น ๆ 3 วัน ก่อนทำหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการบนใบหน้า 3 วันก่อนฉีด
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลังฉีด 24 ชม. สามารถล้างหน้า ทาครีมแต่งหน้าได้ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการนวดคลึง บีบ แกะเกา บริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงมีเหงื่อเยอะ หรือออกกำลังกายหนัก ๆ 48 ชม.
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีทเม้นท์หน้า ความร้อน น้ำอุ่น หรืออบซาวน่า และเลเซอร์ร้อนที่ผิวชั้นลึก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 1-2 วันหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทรสจัด หมักดอง 3-7 วัน เพราะจะไปกระตุ้นการอักเสบ บวม หลังฉีด

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากมีอาการบวม ในจุดที่ฉีดจะหายเอง 7-14 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมได้
  • หลังฉีดหากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดได้ เช่น พารา ทาลินอล
  • ไม่แนะนำ !! อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ไม่แนะนำ !! สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ยังคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ต้องให้อินซูลินเป็นประจำ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ไม่แนะนำ !! คนเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

Skin Booster

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก หรือทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงการทาครีมบริเวณที่ฉีด 1 คืน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส การกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 1-2 คืนแรก เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด หากจำเป็นต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทรสจัด หมักดอง 3-7 วัน เพราะจะไปกระตุ้นการอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์หลังฉีด
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส สุขภาพดี
  • หลังฉีด 4-6 ชั่วโมง สามารถล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน
  • ไม่ถู หรือขัดหน้าแรง เพื่อลดการระคายเคือง

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • อาจมีรอยบวมจากรอยเข็มที่ฉีด สามารถหายได้เองใน 1-3 วัน
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่ทำหัตถการ

Skin IV Booster

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วันก่อนดริปวิตามิน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชม. ก่อนดริปวิตามิน
  • หลีกเลี่ยงการดริปวิตามิน หากมีไข้หรือภาวะอักเสบติดเชื้อในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการดริปวิตามิน หากมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือปวดศีรษะ
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่โดนแดดจ้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถนำวิตามินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงออกกำลังกายหนัก ๆ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือถือของหนักข้างที่ดริปวิตามิน อย่างน้อย 1 วัน
  • หลังดริปวิตามิน หากมีไข้ตัวรุม ให้ดื่มน้ำพักผ่อน เช็ดตัวลดไข้ได้ หรือทานยาลดไข้ได้

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หลีกเลี่ยงการให้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร !!
  • หลีกเลี่ยงการให้ในผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวาย !!
  • หลีกเลี่ยงการให้ในผู้ป่วย G6PD หรือโรคแพ้ถั่วปากอ้า !!
  • ** การดริปวิตามินจะเห็นผลลัพธ์มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน เช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องของผิวพรรณ ต้องการความขาวกระจ่างใส ช่วงแรกแนะนำให้ดริปทุก 1-2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาประมาณ 4-6 ครั้ง และหลังจากนั้นจะปรับตามปัญหาของแต่ละคนอีกครั้ง โดย 1 เดือนจะเห็นผลว่าผิวมีความออร่าและสว่างขึ้น

แฟต

ข้อปฏิบัติก่อนการทำหัตถการ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก เตรียมร่างกายและใบหน้าให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก หรือทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น วิตามินซี อี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม, ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น Ibuprofen, Naproxen หรือ Motrin
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังทำหัตถการ

  • หลังฉีดสามารถนวดบริเวณที่ฉีดได้เลย 5 นาทีเพื่อให้ตัวยากระจายและกระชับมากขึ้น
  • ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อให้ไขมันขับออกจากทางปัสสาวะและเหงื่อได้ดีขึ้น จะช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
  • ออกกำลังกายเบา ๆ หลังทำ เช่น การเดินเร็ว โยคะ แอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที หรืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับและรีดไขมันให้ออกจากร่างกายเร็วขึ้นและลดการสะสมของไขมันใหม่
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนักและไขมันส่วนเกินไม่ให้กลับมาสะสมได้อีก
  • หากคนไข้มีอาการบวมมากจนเกินไปหลังจาก 24 ชั่วโมง แล้วอาการบวมยังไม่ยุบ สามารถประคบเย็นหรือทานยาลดบวมได้

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หลังฉีด 1 สัปดาห์จะเห็นผลว่าเนื้อมีลักษณะนิ่มและเล็กลง หรือระยะเวลาการเห็นผลขึ้นอยู่กับบุคคล
  • ไม่แนะนำ !! อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ไม่แนะนำ !! สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ยังคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ต้องให้อินซูลินเป็นประจำ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ไม่แนะนำ !! คนเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่แนะนำ !! ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง