เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ 10.00 – 22.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร เคล็ดลับดูแลกรอบหน้าและลดเลือนริ้วรอย

Key Takeaways

โปรแกรมโบท็อกซ์ คือหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และแก้ปัญหากล้ามเนื้อ โดยอาศัยการคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและหน้าเรียวขึ้น เห็นผลภายใน 3-7 วัน และอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ นอกจากนี้ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้โปรแกรมโบท็อกซ์แท้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย สวยพอดี และเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล

Table of Content

หากคุณส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าริ้วเล็ก ๆ บนใบหน้าเริ่มชัด เวลายิ้มแล้วดูมีรอยตีนกา หรือแม้แต่กรามที่ใหญ่ขึ้น เราอยากบอกว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณของผิวที่กำลังเปลี่ยนไปตามเวลาและไลฟ์สไตล์ หลายคนจึงเริ่มหันมาดูแลตัวเองแบบ Proactive มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สกินแคร์ เลเซอร์ หรือหัตถการที่ช่วยปรับมิติใบหน้าอย่าง “โปรแกรมโบท็อกซ์” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับสาว ๆ ยุคใหม่

โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ?

โปรแกรมโบท็อกซ์ คือ สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) สกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum ซึ่งนำมาใช้ในการแพทย์เพื่อช่วยลดริ้วรอย ลดกราม  และลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำ ทำให้หน้าดูเรียวกระชับ กรอบหน้าดูชัดขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น นิยมใช้บริเวณหน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว

หลักการทำงานของโปรแกรมโบท็อกซ์คือ การเข้าไปยับยั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาทชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับสารหดตัวน้อยลงและคลายตัวออก ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าหรือการขยับซ้ำ ๆ จึงค่อย ๆ จางลง พร้อมช่วยดูแลกรอบหน้าให้แลดูสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ 

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ดีไหม คุ้มค่ากับผลลัพธ์หรือไม่ ?

การทำโปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นทางเลือกในการดูแลผิวพรรณที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ตัวยาสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติโดยไม่สะสมในร่างกาย ช่วยตอบโจทย์การปรับโครงหน้าและให้ผิวแลดูเรียบเนียนอย่างเป็นขั้นตอน 

โปรแกรมโบท็อกซ์ช่วยอะไรได้บ้าง ? เผยประโยชน์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ที่คุณควรรู้

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าโปรแกรมโบท็อกซ์ ช่วยเรื่องอะไร หรือมีประโยชน์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ในมิติใดบ้าง หัตถการนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการดูแลใบหน้าและเรือนร่าง ดังนี้ 

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดริ้วรอย

หนึ่งในข้อดีของโปรแกรมโบท็อกซ์คือ การช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา หรือรอยย่นระหว่างคิ้ว ช่วยให้ใบหน้าดูผ่อนคลายและดูสดใสขึ้น นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter) เพื่อช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูใหญ่จากกล้ามเนื้อกราม

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดน่อง บ่า ไหล่

นอกจากบริเวณใบหน้าแล้ว โปรแกรมโบท็อกซ์ยังสามารถนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อบ่า-ไหล่ เพื่อช่วยให้ช่วงคอดูยาวระหงและกรอบช่วงบนดูเรียบเนียนขึ้น รวมถึงช่วยคลายอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อบ่าในผู้ที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรม

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดเหงื่อและกลิ่น

ใช้ฉีดบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า เพื่อลดการทำงานของระบบประสาทที่สั่งการต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ปริมาณเหงื่อลดลง และช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นตัว เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่งใช้กี่ยูนิต ?

ปริมาณยูนิต (Unit) ในการทำโปรแกรมโบท็อกซ์จะขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินตามโครงสร้างจริง ซึ่งมีปริมาณโดยเฉลี่ยดังนี้

ตำแหน่งที่ทำปริมาณยูนิตโดยประมาณ
ริ้วรอยหน้าผาก10-20 ยูนิต
ริ้วรอยระหว่างคิ้ว10-25 ยูนิต
ริ้วรอยหางตา (ตีนกา)10-25 ยูนิต
ลดกล้ามเนื้อกราม (หน้าเรียว)30-50 ยูนิต (ต่อข้าง)
ลิฟต์กรอบหน้า (Lift)30-50 ยูนิต
ปีกจมูก / รอยย่นจมูก5-10 ยูนิต
ลดกล้ามเนื้อบ่า / ไหล่50-100 ยูนิต (ต่อข้าง)
ลดกล้ามเนื้อน่อง50-100 ยูนิต (ต่อข้าง)
ลดเหงื่อรักแร้50-100 ยูนิต (ต่อข้าง)

หมายเหตุ: ปริมาณยูนิตเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แต่ละบุคคลมีความหนาแน่นของกล้ามเนื้อและปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์เพื่อวางแผนการปรับปริมาณยาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล

โปรแกรมโบท็อกซ์อยู่ได้นานเท่าไร และจะเริ่มเห็นผลตอนไหน ?

  • หลังเข้ารับบริการ ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 3-7 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์ (สำหรับบริเวณกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กรามหรือน่อง จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4-8 สัปดาห์)
  • โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรุ่นยี่ห้อผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ทำ พฤติกรรมการขยับกล้ามเนื้อ และการดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ของแต่ละบุคคล

ทำไมบางคนฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผล ?

สาเหตุที่บางเคสยังไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ อาจเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • สาเหตุอื่นนอกเหนือจากกล้ามเนื้อ : เช่น ปัญหาใบหน้าดูใหญ่จากชั้นไขมันหนาหรือโครงกระดูก แต่เลือกแก้ปัญหาด้วยการลดกล้ามเนื้อกราม
  • ปริมาณยูนิตไม่เพียงพอ : คำนวณปริมาณตัวยาน้อยกว่าขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจริง
  • ภาวะดื้อตัวยา : เกิดจากการทำหัตถการถี่เกินไป หรือเคยได้รับตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานจนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน
  • ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน : มีการเจือจางยาเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง
  • ยากระจายผิดตำแหน่ง : เกิดจากการจับ กด นวด หรือถูบริเวณที่ทำหลังฉีด ทำให้ตัวยากระจายออกนอกบริเวณที่ต้องการดูแล

เลือกโปรแกรมโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ? เทียบชัด ที่ LBC Clinic ใช้โปรแกรมโบท็อกซ์อะไรบ้าง

การเลือกรุ่นและยี่ห้อโปรแกรมโบท็อกซ์ ควรคำนึงถึงระดับความบริสุทธิ์ของตัวยา ลักษณะการกระจายตัว และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม 

โดยโปรแกรมโบท็อกซ์ทั้งหมดที่ LBC Clinic เลือกใช้ มีรายละเอียดดังนี้ 

ยี่ห้อระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จุดเด่นในการใช้งานผ่าน อย.ไทย
Botox (Allergan)4-6 เดือนมีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก ตัวยากระจุกตัวดี เหมาะกับริ้วรอยเฉพาะจุดและกราม
Dysport4-6 เดือนโมเลกุลกระจายตัวได้กว้าง เหมาะกับการลิฟต์กรอบหน้า ลดบ่า น่อง และลดเหงื่อ
Xeomin3-4 เดือนปราศจากโปรตีนสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะดื้อยา

แม้แต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะกับบริเวณที่ฉีดและเทคนิคของแพทย์ เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบที่พอดีกับใบหน้าของแต่ละบุคคล

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์อันตรายไหม ? ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

โปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่ไม่อันตราย หากดูแลโดยแพทย์และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม อาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวหลังทำได้ดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและวิธีรับมือ

  • รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อย : เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้หลังการฉีด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นพร้อมจางหายไปเองภายใน 3-7 วัน สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการประคบเย็นอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ บริเวณที่ทำ
  • อาการตึงหรือเมื่อยกล้ามเนื้อ : เป็นปฏิกิริยาปกติในช่วงที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์และกล้ามเนื้อกำลังปรับตัว โดยอาการจะค่อย ๆ เข้าที่และแลดูเป็นธรรมชาติขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

อันตรายจากโบท็อกซ์ปลอม สังเกตอย่างไร ?

การใช้ตัวยาปลอมหรือยาหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้ตัวยาออกฤทธิ์ไม่สม่ำเสมอ กระจายตัวผิดตำแหน่ง จนก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น หนังตาตก มุมปากตก หรือหน้าเบี้ยว รวมถึงเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้อยาในระยะยาว

โปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะกับใคร ? และใครไม่ควรฉีด

หลายคนอาจคิดว่าโปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะเฉพาะกับคนที่มีริ้วรอย แต่จริง ๆ แล้วสามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายปัญหา ทั้งเรื่องรูปหน้า กล้ามเนื้อ ไปจนถึงเหงื่อ มาดูกันว่าใครบ้างที่เหมาะกับหัตถการนี้

  • ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หางตา หรือรอยย่นระหว่างคิ้ว
  • ผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าให้แลดูเรียบกระชับ และลดขนาดกล้ามเนื้อกราม
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อน่องหรือกล้ามเนื้อบ่าใหญ่จากการใช้งาน
  • ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า

กลุ่มที่ไม่ควรทำหัตถการ

  • สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)
  • ผู้ที่มีบาดแผล แผลอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน หรือส่วนประกอบของตัวยาอย่างรุนแรง

การดูแลก่อนและหลังทำโปรแกรมโบท็อกซ์

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและอยู่ได้นาน การเตรียมตัวก่อนและหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นอีกขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจส่งผลกับผลลัพธ์ได้มากกว่าที่คิด

การดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรมโบท็อกซ์

  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ 
  • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา ประมาณ 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหน้า
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย
  • ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำหัตถการ หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาชนิดใดอยู่

การดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบหรือก้มหน้าต่ำเป็นเวลา 4 ชั่วโมง 
  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดเพื่อลดความเสี่ยงที่ตัวยาจะกระจายผิดตำแหน่ง 
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก 
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และอาหารหมักดองเพื่อลดอาการบวม
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้โปรแกรมโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น

โปรแกรมโบท็อกซ์ ราคาเริ่มต้นเท่าไร ?

การประเมินราคาจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณยูนิต และแพ็กเกจการดูแล ซึ่งที่ LBC Clinic มีรายละเอียดแพ็กเกจเบื้องต้นดังนี้

แพ็กเกจราคาเริ่มต้น*รายละเอียดในแพ็กเกจเหมาะกับใคร
Size XXL11,900 บาทลดกล้ามเนื้อกราม, ลิฟต์กรอบหน้า, ไลโปวี 6 เข็มใหญ่ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวและชัด
Size 3XL20,000 บาทลดกล้ามเนื้อกราม, ลิฟต์กรอบหน้า, ริ้วรอย 5 บริเวณ, ไลโปวี 12 เข็มใหญ่, ฟรีปีกจมูกผู้ที่ต้องการดูแลทั้งริ้วรอยและกรอบหน้าในครั้งเดียว
Size 5XL15,990 บาทโปรแกรมโบท็อกซ์ 2 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 12 cc, Ultraformer III 200 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้งผู้ที่อยากดูแลหลายจุด ทั้งหน้าเรียว ยกกระชับ และงานผิว
Size 6XL19,990 บาทโปรแกรมโบท็อกซ์ 2 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 24 cc, Ultraformer III 600 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้งผู้ที่ต้องการแพ็กเกจดูแลรูปหน้าและยกกระชับแบบครบครัน
Size 7XL29,990 บาทโปรแกรมโบท็อกซ์ 3 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 24 cc, Ultraformer III 600 shots, Oligio 300 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้งผู้ที่ต้องการดูแลหลายหัตถการในโปรแกรมเดียว

*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันโปรแกรมโบท็อกซ์ล่าสุด

อย่างไรก็ตาม การฉีดแต่ละจุดอาจจะใช้ยูนิตไม่เท่ากัน และผลลัพธ์ก็แตกต่างกันไปตามปัญหา ดังนั้น การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจริงจึงสำคัญ เพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้เหมาะสม ?

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องและเปิดเผยชัดเจน
  • ตรวจสอบว่าดูแลโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งสามารถเช็กรายชื่อกับแพทยสภาได้จริง
  • ใช้ตัวยานำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถแกะกล่องใหม่ต่อหน้าเพื่อเช็กเลข Lot และ QR Code ได้ทุกขวด
  • พิจารณาจากภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์จากผู้เข้ารับบริการจริงโดยไม่มีการแต่งภาพเกินจริง
  • มีช่องทางติดต่อชัดเจน พร้อมให้คำปรึกษาและติดตามอาการหลังทำอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ที่ LBC Clinic ?

การทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน นอกจากคุณภาพของตัวยา ยังต้องอาศัยเทคนิคของแพทย์ มาตรฐานของสถานพยาบาล และการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล 

ใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวยาจากบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง ซึ่งเปิดให้ตรวจสอบเลขทะเบียน อย., Lot Number และ QR Code ได้ในทุกเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ

ดูแลโดยแพทย์

การทำหัตถการต้องอาศัยความเข้าใจในโครงสร้างกล้ามเนื้ออย่างละเอียด โดยแพทย์ของ LBC Clinic จะประเมินตำแหน่งที่ทำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำที่แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง 

ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized)

เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าและการทำงานของกล้ามเนื้อในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การวางแผนเฉพาะบุคคลจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดี สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคน

ปรับปริมาณยูนิตตามกล้ามเนื้อจริง

ไม่มีการกำหนดปริมาณแบบตายตัว แต่แพทย์จะคำนวณยูนิตตามขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในจุดนั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอเหมาะและทรงตัวได้ดี

มีรีวิวจากผู้เข้ารับบริการจริง

สามารถชมตัวอย่างผลลัพธ์ทั้งบริเวณริ้วรอย กราม หรือน่อง จากรีวิวการทำโปรแกรมโบท็อกซ์จากลูกค้าจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจและช่วยให้เห็นแนวทางของผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Botox: The Cosmetic Use of Botulinum Toxin. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/botox.
  2. Botox injections. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/botox-injections/about/pac-20384658
  3. Botox. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://www.webmd.com/beauty/cosmetic-procedures-botox
  4. BOTULINUM TOXIN. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2856357/

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (FAQs)

    Q : ปากเบี้ยวหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ เกิดจากอะไร ?

    A : กรณีปากเบี้ยวหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก โดยมักเกิดจากการกระจายตัวของตัวยาไปกระทบกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการ หรือตำแหน่งที่ทำคลาดเคลื่อน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกทำหัตถการกับแพทย์ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างกล้ามเนื้อและใช้เทคนิคที่เหมาะสม

    Q : โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร ?

    A : โปรแกรมโบท็อกซ์ เน้นการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดเลือนริ้วรอยและลดขนาดกล้ามเนื้อ ส่วนโปรแกรมเติมฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ที่ใช้เพิ่มวอลูมและเติมเต็มร่องลึก โดยทั้งสองหัตถการสามารถทำควบคู่กันได้ตามการประเมินของแพทย์ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ส่วนคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสารเติมเต็ม

    Q : ทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์บ่อย ๆ จะดื้อยาไหม ?

    A : หากทำหัตถการถี่เกินไปหรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อยาได้ จึงแนะนำให้เว้นระยะห่างการทำอย่างน้อย 3-4 เดือนต่อครั้ง และเลือกใช้เฉพาะตัวยาที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

    Q : โปรแกรมโบท็อกซ์ที่ได้มาตรฐานดูอย่างไร ?

    A : ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจะต้องมีเลขทะเบียน อย. มีเอกสารกำกับภาษาไทย ระบุวันหมดอายุชัดเจน พร้อมเลข Lot บนกล่องและขวดตรงกัน รวมถึงสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้องได้

    Q : ใครไม่ควรทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

    A : ผู้ที่ไม่ควรทำหัตถการ ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น MG หรือ ALS สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำ

    Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เจ็บไหม ?

    A: ขณะทำหัตถการจะรู้สึกเพียงเล็กน้อยคล้ายมดกัด โดยทางสถานพยาบาลจะมีบริการประคบเย็นหรือทายาชาเพื่อช่วยผ่อนคลายความรู้สึกขณะทำ

    Q: เริ่มฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ได้ตั้งแต่อายุเท่าไร ?

    A: สามารถเริ่มทำหัตถการได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และต้องการปรับสัดส่วนกล้ามเนื้อกรามให้ดูเรียบกระชับขึ้น

    Q: โปรแกรมโบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง ?

    A: ปริมาณ 100 ยูนิต ถือเป็นปริมาณมาตรฐานที่สามารถนำมาดูแลริ้วรอยทั่วใบหน้าควบคู่กับการลดกล้ามเนื้อกราม หรือนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าหรือน่อง (ข้างละ 50 ยูนิต) ได้ตามการประเมินของแพทย์

    Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์หลายจุดพร้อมกันอันตรายไหม ?

    A: สามารถทำพร้อมกันหลายจุดได้ หากปริมาณยูนิตรวมอยู่ในการประเมินของแพทย์และไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานต่อครั้ง

    Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ควรเว้นกี่เดือน ต้องรอให้หมดฤทธิ์ก่อนไหม ?

    A: ควรเว้นระยะห่างในการทำประมาณ 3-4 เดือนต่อครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวยาหมดฤทธิ์เต็มที่ แต่ไม่ควรทำถี่จนเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา