Key Takeaways
โปรแกรมโบท็อกซ์ คือหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และแก้ปัญหากล้ามเนื้อ โดยอาศัยการคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและหน้าเรียวขึ้น เห็นผลภายใน 3-7 วัน และอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ นอกจากนี้ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้โปรแกรมโบท็อกซ์แท้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย สวยพอดี และเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล
Table of Content
- โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ?
- ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ดีไหม คุ้มค่ากับผลลัพธ์หรือไม่ ?
- โปรแกรมโบท็อกซ์ช่วยอะไรได้บ้าง ? เผยประโยชน์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ที่คุณควรรู้
- ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่งใช้กี่ยูนิต ?
- โปรแกรมโบท็อกซ์อยู่ได้นานเท่าไร และจะเริ่มเห็นผลตอนไหน ?
- ทำไมบางคนฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผล ?
- เลือกโปรแกรมโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ? เทียบชัด ที่ LBC Clinic ใช้โปรแกรมโบท็อกซ์อะไรบ้าง
- ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์อันตรายไหม ? ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- โปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะกับใคร ? และใครไม่ควรฉีด
- การดูแลก่อนและหลังทำโปรแกรมโบท็อกซ์
- โปรแกรมโบท็อกซ์ ราคาเริ่มต้นเท่าไร ?
- ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้เหมาะสม ?
- ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ที่ LBC Clinic ?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (FAQs)
หากคุณส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าริ้วเล็ก ๆ บนใบหน้าเริ่มชัด เวลายิ้มแล้วดูมีรอยตีนกา หรือแม้แต่กรามที่ใหญ่ขึ้น เราอยากบอกว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณของผิวที่กำลังเปลี่ยนไปตามเวลาและไลฟ์สไตล์ หลายคนจึงเริ่มหันมาดูแลตัวเองแบบ Proactive มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สกินแคร์ เลเซอร์ หรือหัตถการที่ช่วยปรับมิติใบหน้าอย่าง “โปรแกรมโบท็อกซ์” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับสาว ๆ ยุคใหม่
โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ?
โปรแกรมโบท็อกซ์ คือ สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) สกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum ซึ่งนำมาใช้ในการแพทย์เพื่อช่วยลดริ้วรอย ลดกราม และลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำ ทำให้หน้าดูเรียวกระชับ กรอบหน้าดูชัดขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น นิยมใช้บริเวณหน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว
หลักการทำงานของโปรแกรมโบท็อกซ์คือ การเข้าไปยับยั้งการปลดปล่อยสารสื่อประสาทชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับสารหดตัวน้อยลงและคลายตัวออก ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าหรือการขยับซ้ำ ๆ จึงค่อย ๆ จางลง พร้อมช่วยดูแลกรอบหน้าให้แลดูสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ดีไหม คุ้มค่ากับผลลัพธ์หรือไม่ ?
การทำโปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นทางเลือกในการดูแลผิวพรรณที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ตัวยาสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติโดยไม่สะสมในร่างกาย ช่วยตอบโจทย์การปรับโครงหน้าและให้ผิวแลดูเรียบเนียนอย่างเป็นขั้นตอน
โปรแกรมโบท็อกซ์ช่วยอะไรได้บ้าง ? เผยประโยชน์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ที่คุณควรรู้
สำหรับคนที่อยากรู้ว่าโปรแกรมโบท็อกซ์ ช่วยเรื่องอะไร หรือมีประโยชน์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ในมิติใดบ้าง หัตถการนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการดูแลใบหน้าและเรือนร่าง ดังนี้
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดริ้วรอย
หนึ่งในข้อดีของโปรแกรมโบท็อกซ์คือ การช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา หรือรอยย่นระหว่างคิ้ว ช่วยให้ใบหน้าดูผ่อนคลายและดูสดใสขึ้น นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter) เพื่อช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูใหญ่จากกล้ามเนื้อกราม
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดน่อง บ่า ไหล่
นอกจากบริเวณใบหน้าแล้ว โปรแกรมโบท็อกซ์ยังสามารถนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อบ่า-ไหล่ เพื่อช่วยให้ช่วงคอดูยาวระหงและกรอบช่วงบนดูเรียบเนียนขึ้น รวมถึงช่วยคลายอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อบ่าในผู้ที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรม
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดเหงื่อและกลิ่น
ใช้ฉีดบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า เพื่อลดการทำงานของระบบประสาทที่สั่งการต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ปริมาณเหงื่อลดลง และช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นตัว เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ
ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่งใช้กี่ยูนิต ?
ปริมาณยูนิต (Unit) ในการทำโปรแกรมโบท็อกซ์จะขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินตามโครงสร้างจริง ซึ่งมีปริมาณโดยเฉลี่ยดังนี้
| ตำแหน่งที่ทำ | ปริมาณยูนิตโดยประมาณ |
| ริ้วรอยหน้าผาก | 10-20 ยูนิต |
| ริ้วรอยระหว่างคิ้ว | 10-25 ยูนิต |
| ริ้วรอยหางตา (ตีนกา) | 10-25 ยูนิต |
| ลดกล้ามเนื้อกราม (หน้าเรียว) | 30-50 ยูนิต (ต่อข้าง) |
| ลิฟต์กรอบหน้า (Lift) | 30-50 ยูนิต |
| ปีกจมูก / รอยย่นจมูก | 5-10 ยูนิต |
| ลดกล้ามเนื้อบ่า / ไหล่ | 50-100 ยูนิต (ต่อข้าง) |
| ลดกล้ามเนื้อน่อง | 50-100 ยูนิต (ต่อข้าง) |
| ลดเหงื่อรักแร้ | 50-100 ยูนิต (ต่อข้าง) |
หมายเหตุ: ปริมาณยูนิตเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แต่ละบุคคลมีความหนาแน่นของกล้ามเนื้อและปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์เพื่อวางแผนการปรับปริมาณยาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
โปรแกรมโบท็อกซ์อยู่ได้นานเท่าไร และจะเริ่มเห็นผลตอนไหน ?
- หลังเข้ารับบริการ ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 3-7 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์ (สำหรับบริเวณกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กรามหรือน่อง จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4-8 สัปดาห์)
- โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรุ่นยี่ห้อผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ทำ พฤติกรรมการขยับกล้ามเนื้อ และการดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ของแต่ละบุคคล
ทำไมบางคนฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผล ?
สาเหตุที่บางเคสยังไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ อาจเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
- สาเหตุอื่นนอกเหนือจากกล้ามเนื้อ : เช่น ปัญหาใบหน้าดูใหญ่จากชั้นไขมันหนาหรือโครงกระดูก แต่เลือกแก้ปัญหาด้วยการลดกล้ามเนื้อกราม
- ปริมาณยูนิตไม่เพียงพอ : คำนวณปริมาณตัวยาน้อยกว่าขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจริง
- ภาวะดื้อตัวยา : เกิดจากการทำหัตถการถี่เกินไป หรือเคยได้รับตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานจนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน
- ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน : มีการเจือจางยาเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง
- ยากระจายผิดตำแหน่ง : เกิดจากการจับ กด นวด หรือถูบริเวณที่ทำหลังฉีด ทำให้ตัวยากระจายออกนอกบริเวณที่ต้องการดูแล
เลือกโปรแกรมโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ? เทียบชัด ที่ LBC Clinic ใช้โปรแกรมโบท็อกซ์อะไรบ้าง
การเลือกรุ่นและยี่ห้อโปรแกรมโบท็อกซ์ ควรคำนึงถึงระดับความบริสุทธิ์ของตัวยา ลักษณะการกระจายตัว และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
โดยโปรแกรมโบท็อกซ์ทั้งหมดที่ LBC Clinic เลือกใช้ มีรายละเอียดดังนี้
| ยี่ห้อ | ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ | จุดเด่นในการใช้งาน | ผ่าน อย.ไทย |
| Botox (Allergan) | 4-6 เดือน | มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก ตัวยากระจุกตัวดี เหมาะกับริ้วรอยเฉพาะจุดและกราม | ✅ |
| Dysport | 4-6 เดือน | โมเลกุลกระจายตัวได้กว้าง เหมาะกับการลิฟต์กรอบหน้า ลดบ่า น่อง และลดเหงื่อ | ✅ |
| Xeomin | 3-4 เดือน | ปราศจากโปรตีนสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะดื้อยา | ✅ |
แม้แต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะกับบริเวณที่ฉีดและเทคนิคของแพทย์ เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบที่พอดีกับใบหน้าของแต่ละบุคคล
ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์อันตรายไหม ? ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
โปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่ไม่อันตราย หากดูแลโดยแพทย์และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม อาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวหลังทำได้ดังนี้
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและวิธีรับมือ
- รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อย : เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้หลังการฉีด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นพร้อมจางหายไปเองภายใน 3-7 วัน สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการประคบเย็นอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ บริเวณที่ทำ
- อาการตึงหรือเมื่อยกล้ามเนื้อ : เป็นปฏิกิริยาปกติในช่วงที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์และกล้ามเนื้อกำลังปรับตัว โดยอาการจะค่อย ๆ เข้าที่และแลดูเป็นธรรมชาติขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
อันตรายจากโบท็อกซ์ปลอม สังเกตอย่างไร ?
การใช้ตัวยาปลอมหรือยาหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้ตัวยาออกฤทธิ์ไม่สม่ำเสมอ กระจายตัวผิดตำแหน่ง จนก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น หนังตาตก มุมปากตก หรือหน้าเบี้ยว รวมถึงเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้อยาในระยะยาว
โปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะกับใคร ? และใครไม่ควรฉีด
หลายคนอาจคิดว่าโปรแกรมโบท็อกซ์เหมาะเฉพาะกับคนที่มีริ้วรอย แต่จริง ๆ แล้วสามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายปัญหา ทั้งเรื่องรูปหน้า กล้ามเนื้อ ไปจนถึงเหงื่อ มาดูกันว่าใครบ้างที่เหมาะกับหัตถการนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หางตา หรือรอยย่นระหว่างคิ้ว
- ผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าให้แลดูเรียบกระชับ และลดขนาดกล้ามเนื้อกราม
- ผู้ที่มีกล้ามเนื้อน่องหรือกล้ามเนื้อบ่าใหญ่จากการใช้งาน
- ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
กลุ่มที่ไม่ควรทำหัตถการ
- สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)
- ผู้ที่มีบาดแผล แผลอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน หรือส่วนประกอบของตัวยาอย่างรุนแรง
การดูแลก่อนและหลังทำโปรแกรมโบท็อกซ์
เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและอยู่ได้นาน การเตรียมตัวก่อนและหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ถือเป็นอีกขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจส่งผลกับผลลัพธ์ได้มากกว่าที่คิด
การดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรมโบท็อกซ์
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา ประมาณ 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหน้า
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย
- ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำหัตถการ หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาชนิดใดอยู่
การดูแลหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์
- หลีกเลี่ยงการนอนราบหรือก้มหน้าต่ำเป็นเวลา 4 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดเพื่อลดความเสี่ยงที่ตัวยาจะกระจายผิดตำแหน่ง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และอาหารหมักดองเพื่อลดอาการบวม
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้โปรแกรมโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
โปรแกรมโบท็อกซ์ ราคาเริ่มต้นเท่าไร ?
การประเมินราคาจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณยูนิต และแพ็กเกจการดูแล ซึ่งที่ LBC Clinic มีรายละเอียดแพ็กเกจเบื้องต้นดังนี้
| แพ็กเกจ | ราคาเริ่มต้น* | รายละเอียดในแพ็กเกจ | เหมาะกับใคร |
| Size XXL | 11,900 บาท | ลดกล้ามเนื้อกราม, ลิฟต์กรอบหน้า, ไลโปวี 6 เข็มใหญ่ | ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวและชัด |
| Size 3XL | 20,000 บาท | ลดกล้ามเนื้อกราม, ลิฟต์กรอบหน้า, ริ้วรอย 5 บริเวณ, ไลโปวี 12 เข็มใหญ่, ฟรีปีกจมูก | ผู้ที่ต้องการดูแลทั้งริ้วรอยและกรอบหน้าในครั้งเดียว |
| Size 5XL | 15,990 บาท | โปรแกรมโบท็อกซ์ 2 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 12 cc, Ultraformer III 200 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้ง | ผู้ที่อยากดูแลหลายจุด ทั้งหน้าเรียว ยกกระชับ และงานผิว |
| Size 6XL | 19,990 บาท | โปรแกรมโบท็อกซ์ 2 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 24 cc, Ultraformer III 600 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้ง | ผู้ที่ต้องการแพ็กเกจดูแลรูปหน้าและยกกระชับแบบครบครัน |
| Size 7XL | 29,990 บาท | โปรแกรมโบท็อกซ์ 3 บริเวณ ย้ำฟรี, แฟต Lipo V 24 cc, Ultraformer III 600 shots, Oligio 300 shots, ฟรีโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis 2 cc และโปรแกรมหน้าใส 1 ครั้ง | ผู้ที่ต้องการดูแลหลายหัตถการในโปรแกรมเดียว |
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันโปรแกรมโบท็อกซ์ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม การฉีดแต่ละจุดอาจจะใช้ยูนิตไม่เท่ากัน และผลลัพธ์ก็แตกต่างกันไปตามปัญหา ดังนั้น การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจริงจึงสำคัญ เพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้เหมาะสม ?
- เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องและเปิดเผยชัดเจน
- ตรวจสอบว่าดูแลโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งสามารถเช็กรายชื่อกับแพทยสภาได้จริง
- ใช้ตัวยานำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถแกะกล่องใหม่ต่อหน้าเพื่อเช็กเลข Lot และ QR Code ได้ทุกขวด
- พิจารณาจากภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์จากผู้เข้ารับบริการจริงโดยไม่มีการแต่งภาพเกินจริง
- มีช่องทางติดต่อชัดเจน พร้อมให้คำปรึกษาและติดตามอาการหลังทำอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ที่ LBC Clinic ?
การทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน นอกจากคุณภาพของตัวยา ยังต้องอาศัยเทคนิคของแพทย์ มาตรฐานของสถานพยาบาล และการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวยาจากบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง ซึ่งเปิดให้ตรวจสอบเลขทะเบียน อย., Lot Number และ QR Code ได้ในทุกเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ
ดูแลโดยแพทย์
การทำหัตถการต้องอาศัยความเข้าใจในโครงสร้างกล้ามเนื้ออย่างละเอียด โดยแพทย์ของ LBC Clinic จะประเมินตำแหน่งที่ทำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำที่แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง
ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized)
เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าและการทำงานของกล้ามเนื้อในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การวางแผนเฉพาะบุคคลจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดี สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคน
ปรับปริมาณยูนิตตามกล้ามเนื้อจริง
ไม่มีการกำหนดปริมาณแบบตายตัว แต่แพทย์จะคำนวณยูนิตตามขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในจุดนั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอเหมาะและทรงตัวได้ดี
มีรีวิวจากผู้เข้ารับบริการจริง
สามารถชมตัวอย่างผลลัพธ์ทั้งบริเวณริ้วรอย กราม หรือน่อง จากรีวิวการทำโปรแกรมโบท็อกซ์จากลูกค้าจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจและช่วยให้เห็นแนวทางของผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง
- Botox: The Cosmetic Use of Botulinum Toxin. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/botox.
- Botox injections. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/botox-injections/about/pac-20384658
- Botox. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://www.webmd.com/beauty/cosmetic-procedures-botox
- BOTULINUM TOXIN. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2856357/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (FAQs)
Q : ปากเบี้ยวหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ เกิดจากอะไร ?
A : กรณีปากเบี้ยวหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก โดยมักเกิดจากการกระจายตัวของตัวยาไปกระทบกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการ หรือตำแหน่งที่ทำคลาดเคลื่อน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกทำหัตถการกับแพทย์ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างกล้ามเนื้อและใช้เทคนิคที่เหมาะสม
Q : โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร ?
A : โปรแกรมโบท็อกซ์ เน้นการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดเลือนริ้วรอยและลดขนาดกล้ามเนื้อ ส่วนโปรแกรมเติมฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ที่ใช้เพิ่มวอลูมและเติมเต็มร่องลึก โดยทั้งสองหัตถการสามารถทำควบคู่กันได้ตามการประเมินของแพทย์ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ส่วนคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสารเติมเต็ม
Q : ทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์บ่อย ๆ จะดื้อยาไหม ?
A : หากทำหัตถการถี่เกินไปหรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อยาได้ จึงแนะนำให้เว้นระยะห่างการทำอย่างน้อย 3-4 เดือนต่อครั้ง และเลือกใช้เฉพาะตัวยาที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
Q : โปรแกรมโบท็อกซ์ที่ได้มาตรฐานดูอย่างไร ?
A : ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจะต้องมีเลขทะเบียน อย. มีเอกสารกำกับภาษาไทย ระบุวันหมดอายุชัดเจน พร้อมเลข Lot บนกล่องและขวดตรงกัน รวมถึงสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้องได้
Q : ใครไม่ควรทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?
A : ผู้ที่ไม่ควรทำหัตถการ ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น MG หรือ ALS สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำ
Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เจ็บไหม ?
A: ขณะทำหัตถการจะรู้สึกเพียงเล็กน้อยคล้ายมดกัด โดยทางสถานพยาบาลจะมีบริการประคบเย็นหรือทายาชาเพื่อช่วยผ่อนคลายความรู้สึกขณะทำ
Q: เริ่มฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ได้ตั้งแต่อายุเท่าไร ?
A: สามารถเริ่มทำหัตถการได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และต้องการปรับสัดส่วนกล้ามเนื้อกรามให้ดูเรียบกระชับขึ้น
Q: โปรแกรมโบท็อกซ์ 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง ?
A: ปริมาณ 100 ยูนิต ถือเป็นปริมาณมาตรฐานที่สามารถนำมาดูแลริ้วรอยทั่วใบหน้าควบคู่กับการลดกล้ามเนื้อกราม หรือนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าหรือน่อง (ข้างละ 50 ยูนิต) ได้ตามการประเมินของแพทย์
Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์หลายจุดพร้อมกันอันตรายไหม ?
A: สามารถทำพร้อมกันหลายจุดได้ หากปริมาณยูนิตรวมอยู่ในการประเมินของแพทย์และไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานต่อครั้ง
Q: ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ควรเว้นกี่เดือน ต้องรอให้หมดฤทธิ์ก่อนไหม ?
A: ควรเว้นระยะห่างในการทำประมาณ 3-4 เดือนต่อครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวยาหมดฤทธิ์เต็มที่ แต่ไม่ควรทำถี่จนเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา

โทรเลย
Add Line




โปรแกรมงานผิว