เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ 10.00 – 22.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

ฟิลเลอร์ปลอมดูยังไง? เช็กอาการและอันตรายที่ต้องระวัง

การเติมเต็มรูปหน้าด้วยการโปรแกรมฟิลเลอร์ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก เพิ่มมิติให้ใบหน้า และทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่รู้ไหมคะว่าหัตถการนี้หากเลือกผิดแล้วแจ็คพอร์ตไปเจอกับ “ฟิลเลอร์ปลอม” ภัยเงียบที่แฝงตัวมากับโปรโมชั่นราคาถูกเกินจริงก็อาจทำให้เราได้รับสารแปลกปลอมเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้ในแบบที่ไม่รู้ตัวได้

ถ้าไม่อยากให้สารเหล่านี้นำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรง เรามาทำความเข้าใจอย่างลงลึกถึงโครงสร้างกันดีกว่าว่าฟิลเลอร์ปลอมดูยังไง? อันตรายและสัญญาณเตือนที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง? พร้อมแนวทางเลือกคลินิกอย่างไรให้ได้มาตรฐานและมั่นใจในผลลัพธ์อย่างแท้จริง

ฟิลเลอร์ปลอมคืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์หิ้วหรือไม่ ?

หลายคนมักสับสนระหว่าง “ฟิลเลอร์ปลอม” กับ “ฟิลเลอร์หิ้ว” ซึ่งในทางการแพทย์และในทางกฎหมายทั้งสองประเภทนี้มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ความแตกต่างหลัก : ฟิลเลอร์ปลอมคือสารพิษหรือสารแปลกปลอมที่ไม่ควรฉีดเข้าสู่ร่างกายเด็ดขาด ส่วนฟิลเลอร์หิ้วแม้จะมีโอกาสเป็นยาจริง แต่ไม่สามารถมีการรับประกันด้านคุณภาพและความปลอดภัยและไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

ฟิลเลอร์ปลอม : คือ สารแปลกปลอมที่ทำเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ชั้นนำอย่างแนบเนียน หรือเป็นการนำสารเติมเต็มถาวรประเภทซิลิโคนเหลว , พาราฟิน หรือพลาสติกชีวภาพที่ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์มาแอบอ้าง และผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักไม่มีทะเบียนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้เมื่อฉีดเข้าไป ร่างกายจะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

ฟิลเลอร์หิ้ว : อาจเป็นตัวยาจริงจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ แต่ถูกลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ความเสี่ยงหลักของฟิลเลอร์หิ้วคือ “กระบวนการขนส่งและการจัดเก็บที่ไม่ปลอดภัย” เนื่องจากสาร ไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ต้องถูกควบคุมในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเวลา หากเจอความร้อนหรือเย็นเกินไป โครงสร้างสารเติมเต็มอาจเสื่อมสภาพกลายเป็นตัวยาที่หมดประสิทธิภาพหรือก่อให้เกิดการแพ้และอักเสบได้ง่ายนั่นเอง

ฟิลเลอร์ปลอมอันตรายอย่างไร ?

การเติมฟิลเลอร์ปลอมอันตรายและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างใบหน้าในระดับที่เราอาจคาดไม่ถึงได้จริง เพราะการฉีดสารที่ไม่ผ่านการรับรองลงไปใต้ชั้นผิวจะส่งผลเสียในหลายระดับ เช่น

1. การอักเสบเรื้อรัง ก้อนแข็ง และพังผืดผูกติด

เมื่อฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันล้อมรอบ เกิดเป็นปฏิกิริยา Granuloma หรือก้อนอักเสบ ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ฉีดแข็งเป็นไต เป็นก้อนนูนขรุขระ หรือเกิดพังผืดดึงรั้งจนผิวบุ๋มและบิดเบี้ยวได้

2. สารไหล ย้อย และการเปลี่ยนรูปทรงในระยะยาว

สารเติมเต็มที่ไม่ใช่ HA ที่ได้มาตรฐานจะไม่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะกับชั้นเนื้อเยื่อได้ดีเท่าที่ควร เมื่อเวลาผ่านไปหรือเมื่อได้รับความร้อนและแรงกดทับ สารจะไหลย้อยลงสู่บริเวณข้างเคียง เช่น ฉีดหน้าผากแล้วไหลลงมารวมที่โหนกคิ้ว หรือฉีดขมับแล้วไหลลงมาแก้ม ทำให้ใบหน้าผิดรูปได้

3. ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการอุดตันของหลอดเลือด 

หากฉีดของปลอมสารเข้าสู่หลอดเลือดโดยตรง อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อขาดเลือด เลือดไม่ไปเลี้ยงจนเกิดภาวะเนื้อตายได้ หรือหากสารเคลื่อนตัวไปอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงจอตา ก็อาจส่งผลกระทบไปจนถึงการสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้เลยในที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ปลอมมีอาการยังไง แบบไหนต้องรีบพบแพทย์

ฟิลเลอร์ปลอมอาการสามารถแสดงออกได้ตั้งแต่ระยะชั่วคราวไปจนถึงหลายปีหลังฉีด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ ดังนี้

ระดับอาการอาการที่สังเกตได้จุดที่ควรสังเกตควรทำอย่างไร
🟡 อาการผิดปกติควรรีบติดต่อคลินิก• บวม แดง ร้อน หรือปวดมากขึ้น• ผื่นคันหรือบวมคล้ายอาการแพ้• มีก้อนแข็งนูนอยู่นานหากมีก้อนแข็งนูน เกิน 2 สัปดาห์ หรือมีตุ่มหนอง แผลเปิด กลิ่นผิดปกติ หรือไข้ต่ำ ๆ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรีบติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ เพื่อประเมินหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
🔴 สัญญาณฉุกเฉินต้องพบแพทย์ทันที• ปวดรุนแรงมาก• ผิวซีดขาว เย็น หรือเป็นลายตาข่าย• ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือดำ• การมองเห็นผิดปกติ• หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือหมดสติไม่ควรรอดูอาการ เพราะอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการ

วิธีเลี่ยงฟิลเลอร์ปลอม เช็ก 7 ข้อที่ควรรู้ก่อนฉีด

1. ใบอนุญาตสถานพยาบาลและคลินิก

คลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมมักเป็นคลินิกเถื่อนหรือหมอกระเป๋า คลินิกมาตรฐานต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก ติดตั้งในจุดที่เห็นชัดเจนและตรวจสอบได้ หากไม่มีป้ายหรือเปิดในสถานที่มิดชิดผิดปกติ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเสี่ยงเจอฟิลเลอร์ปลอม

2. ตัวตนและใบประกอบวิชาชีพแพทย์

ฟิลเลอร์ปลอมมักถูกฉีดโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องมีป้ายแสดงรูปถ่ายและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตรงกับตัวจริงที่ตรวจรักษา เพื่อรับประกันว่ายาที่ใช้เป็นของที่ได้มาตรฐานและได้รับมาอย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์

3. กล่องปิดผนึก สติ๊กเกอร์ซีล และฉลากภาษาไทย

กล่องฟิลเลอร์ปลอมมักมีรอยแกะ ถูกเปิดซ้ำ หรือไม่มีกล่องมาให้ ของที่ได้มาตรฐานต้องปิดสติ๊กเกอร์รอยตัดป้องกันการเปิดจากบริษัทนำเข้า มีฉลากภาษาไทยกำกับชัดเจน พร้อมเลขทะเบียน อย. (เช่น ทต. xxxx/xxxx) หากเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมดโดยไม่มีฉลากไทย ถือว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์หิ้ว

4. การตรวจสอบข้อมูลเลขทะเบียนกับ อย.

ฟิลเลอร์ปลอมมักใช้เลขทะเบียนปลอมหรือแอบอ้างชื่อแบรนด์ สามารถเช็กได้โดยการนำเลขทะเบียน อย. หรือชื่อผลิตภัณฑ์ไปค้นหาในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อดูว่าได้รับการรับรองจริงหรือไม่

5. รุ่น ตัวยา และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์

ฟิลเลอร์ปลอมบางชนิดอาจเป็นสารอื่น เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน ซึ่งไม่สลายตัว ส่วนฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานต้องเป็นสาร HA ที่มีโมเลกุลเหมาะกับจุดที่ฉีด เช่น รุ่นโมเลกุลใหญ่สำหรับคาง ขมับ รุ่นโมเลกุลเล็กสำหรับใต้ตา ริมฝีปาก หากเนื้อยาข้นหนืดผิดปกติหรือฉีดแล้วเป็นก้อนแข็งย้อยถือเป็นสัญญาณของยาปลอม

6. เลขลอต (Lot No.) และวันหมดอายุต้องตรงกัน 3 จุด

ฟิลเลอร์ปลอมหรือการสลับไส้ มักมีเลขลอตไม่ตรงกัน ให้สังเกตเลข Lot บนกล่องด้านนอกหรือซองบรรจุไซริงค์ภายในและสติ๊กเกอร์บนตัวหลอดฉีด ทั้งหมดต้องเป็นเลขเดียวกันอย่างถูกต้องครบถ้วน หากจุดใดจุดหนึ่งไม่ตรงกันหรือถูกลบแก้ไข ห้ามฉีดเด็ดขาด

7. พฤติกรรมการแกะกล่องและการยินดีให้ตรวจสอบ

คลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมมักแอบดูดยามาจากหลังร้านและไม่ยอมให้เห็นกล่อง ดังนั้นคลินิกที่ได้มาตรฐานจะต้องแกะซีลกล่องต่อหน้าผู้รับบริการ ยินดีให้ถ่ายรูปกล่อง ให้สแกน QR Code ตรวจสอบ และมอบสติ๊กเกอร์เลข Lot กลับบ้านเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดีให้ได้มาตรฐาน มั่นใจ ไม่เสี่ยงเจอของปลอม

ถ้าไม่อยากเจอของปลอมและกำลังเลอยู่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หนึ่งในคลินิกความงามที่ได้รับความไว้วางใจและมีชื่อเสียงมายาวนานอย่าง LBC Clinic ก็ถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่ LBC Clinic โดดเด่นด้วยมาตรฐานและการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

  • มั่นใจเรื่องตัวยาที่ได้มาตรฐานสั่งตรงจากบริษัทนำเข้า : LBC Clinic คลินิกที่มียอดสั่งซื้อโปรแกรมฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลก (เช่น Restylane, Juvederm, Neuramis, e.p.t.q.) สูงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยตัวยาถูกส่งตรงจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น ไม่ผ่านคนกลาง จึงตัดความเสี่ยงเรื่องฟิลเลอร์หิ้วหรือฟิลเลอร์ปลอมได้แบบ 100%
  • มาตรฐานการตรวจสอบที่โปร่งใส : ที่ LBC Clinic แพทย์จะทำการเปิดกล่อง แกะซีลตัวยาใหม่ให้ดูต่อหน้า สแกน QR Code ตรวจเช็กกับบริษัทได้ทันที และมอบกล่องพร้อมสติ๊กเกอร์ Lot Number ให้ผู้รับบริการนำกลับบ้านได้ในทุก ๆ เคส
  • การจัดเก็บยาตามมาตรฐาน : มีระบบควบคุมอุณหภูมิคลังยาอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้โมเลกุลของสาร Hyaluronic Acid คงประสิทธิภาพสูงสุดและลดอัตราการเกิดอาการแพ้หลังฉีด
  • ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้าน Facial Design : แพทย์ที่ LBC Clinic มีความชำนาญการด้านโครงสร้างใบหน้า ประเมินปัญหาแบบ Case-by-Case เลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่มีเนื้อสัมผัสและโมเลกุลเหมาะกับแต่ละจุดอย่างแม่นยำ พร้อมเทคนิคการฉีดที่เลี่ยงหลอดเลือดสำคัญ เพื่อผลลัพธ์ที่สวย ละมุน ดูเป็นธรรมชาติ และตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

Q&A เรื่องฟิลเลอร์ปลอมที่หลายคนสงสัย

Q : ฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วอาการจะออกเมื่อไหร่ ?

A : ระยะเวลาการแสดงอาการขึ้นอยู่กับชนิดของสารและปฏิกิริยาของร่างกาย บางคนอาจเกิดอาการติดเชื้อ บวม แดง ร้อน ทันทีภายใน 1-3 วันแรก แต่บางคนอาจแสดงอาการช้า ผ่านไป 3 เดือน 1 ปี หรือ 5 ปี ถึงเพิ่งเริ่มเกิดก้อนแข็ง พังผืด หรือสารไหลย้อยที่ผิดรูป

Q : ฟิลเลอร์ปลอมทำให้ตาบอดได้จริงไหม?

A : มีโอกาสเกิดขึ้นจริง หากฉีดผิดชั้นผิวจนสารเล็ดลอดเข้าไปในหลอดเลือดแดง และแรงดันจากการฉีดดันให้เนื้อสารไหลย้อนกลับไปอุดเส้นเลือดที่เลี้ยงประสาทตา กรณีนี้อาจทำให้เซลล์ประสาทตาขาดเลือดและสูญเสียการมองเห็นได้อย่างถาวร

Q : ฟิลเลอร์ปลอมแก้ด้วยไฮยาลูโรนิเดสสลายฟิลเลอร์ได้ไหม ?

A : แก้ไม่ได้ เนื่องจากเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสามารถย่อยสลายได้เฉพาะ “สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) แท้” เท่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมประเภทซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน ตัวเอนไซม์จะไม่สามารถย่อยสลายได้ ทำให้การรักษาต้องอาศัยการขูดออกหรือผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อออกเท่านั้น

Q : ถ้ามีก้อนแข็งหลังฉีดแปลว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอมไหม ?

A :  ไม่เสมอไป เพราะก้อนแข็งหลังฉีดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น อาการบวมน้ำตามปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก การเลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์รุ่นที่มีความหนึบสูงผิดชั้นผิว เทคนิคการกระจายตัวยาของแพทย์ หรือการเกิดก้อนพังผืด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนสรุป

เพราะเรื่องความสวยกับความปลอดภัยต้องมาคู่กัน การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบตัวยาได้จริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม อยากทำหัตถการให้รูปหน้าสวยแบบสบายใจไร้กังวล ให้ LBC Clinic เป็นคนดูแล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทักหา LBC Clinic ผ่านช่องทาง Official เพื่อสำรองคิวและรับโปรโมชั่นพิเศษได้เลย

ปรึกษาปัญหาแบบส่วนตัวกับ LBC CLINIC

แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Line : @lbcclinic

หรือดูข้อมูลโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ lbc-clinic.com

สรุปบล็อกนี้

แพทย์ประจำ LBC Clinic ใส่ใจประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติเหมาะกับแต่ละบุคคล

บทความอื่นๆ

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของ LBC Clinic
หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ LBC Clinic
โพสเมื่อ 09/27/2024 12:53pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
LBC CLINIC FOR INTERNATIONAL CUSTOMERS
The clinic has a valid license and is supervised by doctors. We provide skin and beauty services, face reshaping, wide face, baggy cheeks, sunken cheeks, high cheekbones, Botox, face and lift Filler, fat reduction, skin lifting,Thread lift, skin brighteni
โพสเมื่อ 2025-04-21 03:27
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
HArmonyCa VS SCULPTRA เหมาะกับใคร? ฉีดตัวไหนตอบโจทย์
เปรียบเทียบ Biostimulator 2 ตัวดัง ตอบคำถามแบบม้วนเดียวจบ
โพสเมื่อ 03/24/2025 10:53pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
กู้หน้าพัง! งัดหน้าสวยในงบหลักพันกับ 4 หัตถการตัวดังที่ LBC Clinic
กู้หน้าพังให้กลับมาสดใสได้ในงบหลักพันที่ LBC Clinic กับ 4 หัตถการตัวดังที่ช่วยลดความกังวลได้อย่างถูกจุด
โพสเมื่อ 2026-09-15 09:40
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }