การเติมเต็มรูปหน้าด้วยการโปรแกรมฟิลเลอร์ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก เพิ่มมิติให้ใบหน้า และทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่รู้ไหมคะว่าหัตถการนี้หากเลือกผิดแล้วแจ็คพอร์ตไปเจอกับ “ฟิลเลอร์ปลอม” ภัยเงียบที่แฝงตัวมากับโปรโมชั่นราคาถูกเกินจริงก็อาจทำให้เราได้รับสารแปลกปลอมเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้ในแบบที่ไม่รู้ตัวได้
ถ้าไม่อยากให้สารเหล่านี้นำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรง เรามาทำความเข้าใจอย่างลงลึกถึงโครงสร้างกันดีกว่าว่าฟิลเลอร์ปลอมดูยังไง? อันตรายและสัญญาณเตือนที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง? พร้อมแนวทางเลือกคลินิกอย่างไรให้ได้มาตรฐานและมั่นใจในผลลัพธ์อย่างแท้จริง
ฟิลเลอร์ปลอมคืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์หิ้วหรือไม่ ?
หลายคนมักสับสนระหว่าง “ฟิลเลอร์ปลอม” กับ “ฟิลเลอร์หิ้ว” ซึ่งในทางการแพทย์และในทางกฎหมายทั้งสองประเภทนี้มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความแตกต่างหลัก : ฟิลเลอร์ปลอมคือสารพิษหรือสารแปลกปลอมที่ไม่ควรฉีดเข้าสู่ร่างกายเด็ดขาด ส่วนฟิลเลอร์หิ้วแม้จะมีโอกาสเป็นยาจริง แต่ไม่สามารถมีการรับประกันด้านคุณภาพและความปลอดภัยและไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
ฟิลเลอร์ปลอม : คือ สารแปลกปลอมที่ทำเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ชั้นนำอย่างแนบเนียน หรือเป็นการนำสารเติมเต็มถาวรประเภทซิลิโคนเหลว , พาราฟิน หรือพลาสติกชีวภาพที่ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์มาแอบอ้าง และผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักไม่มีทะเบียนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้เมื่อฉีดเข้าไป ร่างกายจะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
ฟิลเลอร์หิ้ว : อาจเป็นตัวยาจริงจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ แต่ถูกลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ความเสี่ยงหลักของฟิลเลอร์หิ้วคือ “กระบวนการขนส่งและการจัดเก็บที่ไม่ปลอดภัย” เนื่องจากสาร ไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ต้องถูกควบคุมในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเวลา หากเจอความร้อนหรือเย็นเกินไป โครงสร้างสารเติมเต็มอาจเสื่อมสภาพกลายเป็นตัวยาที่หมดประสิทธิภาพหรือก่อให้เกิดการแพ้และอักเสบได้ง่ายนั่นเอง
ฟิลเลอร์ปลอมอันตรายอย่างไร ?
การเติมฟิลเลอร์ปลอมอันตรายและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างใบหน้าในระดับที่เราอาจคาดไม่ถึงได้จริง เพราะการฉีดสารที่ไม่ผ่านการรับรองลงไปใต้ชั้นผิวจะส่งผลเสียในหลายระดับ เช่น
1. การอักเสบเรื้อรัง ก้อนแข็ง และพังผืดผูกติด
เมื่อฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันล้อมรอบ เกิดเป็นปฏิกิริยา Granuloma หรือก้อนอักเสบ ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ฉีดแข็งเป็นไต เป็นก้อนนูนขรุขระ หรือเกิดพังผืดดึงรั้งจนผิวบุ๋มและบิดเบี้ยวได้
2. สารไหล ย้อย และการเปลี่ยนรูปทรงในระยะยาว
สารเติมเต็มที่ไม่ใช่ HA ที่ได้มาตรฐานจะไม่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะกับชั้นเนื้อเยื่อได้ดีเท่าที่ควร เมื่อเวลาผ่านไปหรือเมื่อได้รับความร้อนและแรงกดทับ สารจะไหลย้อยลงสู่บริเวณข้างเคียง เช่น ฉีดหน้าผากแล้วไหลลงมารวมที่โหนกคิ้ว หรือฉีดขมับแล้วไหลลงมาแก้ม ทำให้ใบหน้าผิดรูปได้
3. ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการอุดตันของหลอดเลือด
หากฉีดของปลอมสารเข้าสู่หลอดเลือดโดยตรง อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อขาดเลือด เลือดไม่ไปเลี้ยงจนเกิดภาวะเนื้อตายได้ หรือหากสารเคลื่อนตัวไปอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงจอตา ก็อาจส่งผลกระทบไปจนถึงการสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้เลยในที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์ปลอมมีอาการยังไง แบบไหนต้องรีบพบแพทย์
ฟิลเลอร์ปลอมอาการสามารถแสดงออกได้ตั้งแต่ระยะชั่วคราวไปจนถึงหลายปีหลังฉีด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ ดังนี้
| ระดับอาการ | อาการที่สังเกตได้ | จุดที่ควรสังเกต | ควรทำอย่างไร |
| 🟡 อาการผิดปกติควรรีบติดต่อคลินิก | • บวม แดง ร้อน หรือปวดมากขึ้น• ผื่นคันหรือบวมคล้ายอาการแพ้• มีก้อนแข็งนูนอยู่นาน | หากมีก้อนแข็งนูน เกิน 2 สัปดาห์ หรือมีตุ่มหนอง แผลเปิด กลิ่นผิดปกติ หรือไข้ต่ำ ๆ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ | รีบติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ เพื่อประเมินหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม |
| 🔴 สัญญาณฉุกเฉินต้องพบแพทย์ทันที | • ปวดรุนแรงมาก• ผิวซีดขาว เย็น หรือเป็นลายตาข่าย• ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือดำ• การมองเห็นผิดปกติ• หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือหมดสติ | ไม่ควรรอดูอาการ เพราะอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน | ไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการ |

วิธีเลี่ยงฟิลเลอร์ปลอม เช็ก 7 ข้อที่ควรรู้ก่อนฉีด
1. ใบอนุญาตสถานพยาบาลและคลินิก
คลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมมักเป็นคลินิกเถื่อนหรือหมอกระเป๋า คลินิกมาตรฐานต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก ติดตั้งในจุดที่เห็นชัดเจนและตรวจสอบได้ หากไม่มีป้ายหรือเปิดในสถานที่มิดชิดผิดปกติ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเสี่ยงเจอฟิลเลอร์ปลอม
2. ตัวตนและใบประกอบวิชาชีพแพทย์
ฟิลเลอร์ปลอมมักถูกฉีดโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องมีป้ายแสดงรูปถ่ายและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตรงกับตัวจริงที่ตรวจรักษา เพื่อรับประกันว่ายาที่ใช้เป็นของที่ได้มาตรฐานและได้รับมาอย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์
3. กล่องปิดผนึก สติ๊กเกอร์ซีล และฉลากภาษาไทย
กล่องฟิลเลอร์ปลอมมักมีรอยแกะ ถูกเปิดซ้ำ หรือไม่มีกล่องมาให้ ของที่ได้มาตรฐานต้องปิดสติ๊กเกอร์รอยตัดป้องกันการเปิดจากบริษัทนำเข้า มีฉลากภาษาไทยกำกับชัดเจน พร้อมเลขทะเบียน อย. (เช่น ทต. xxxx/xxxx) หากเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมดโดยไม่มีฉลากไทย ถือว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์หิ้ว
4. การตรวจสอบข้อมูลเลขทะเบียนกับ อย.
ฟิลเลอร์ปลอมมักใช้เลขทะเบียนปลอมหรือแอบอ้างชื่อแบรนด์ สามารถเช็กได้โดยการนำเลขทะเบียน อย. หรือชื่อผลิตภัณฑ์ไปค้นหาในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อดูว่าได้รับการรับรองจริงหรือไม่
5. รุ่น ตัวยา และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์
ฟิลเลอร์ปลอมบางชนิดอาจเป็นสารอื่น เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน ซึ่งไม่สลายตัว ส่วนฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานต้องเป็นสาร HA ที่มีโมเลกุลเหมาะกับจุดที่ฉีด เช่น รุ่นโมเลกุลใหญ่สำหรับคาง ขมับ รุ่นโมเลกุลเล็กสำหรับใต้ตา ริมฝีปาก หากเนื้อยาข้นหนืดผิดปกติหรือฉีดแล้วเป็นก้อนแข็งย้อยถือเป็นสัญญาณของยาปลอม
6. เลขลอต (Lot No.) และวันหมดอายุต้องตรงกัน 3 จุด
ฟิลเลอร์ปลอมหรือการสลับไส้ มักมีเลขลอตไม่ตรงกัน ให้สังเกตเลข Lot บนกล่องด้านนอกหรือซองบรรจุไซริงค์ภายในและสติ๊กเกอร์บนตัวหลอดฉีด ทั้งหมดต้องเป็นเลขเดียวกันอย่างถูกต้องครบถ้วน หากจุดใดจุดหนึ่งไม่ตรงกันหรือถูกลบแก้ไข ห้ามฉีดเด็ดขาด
7. พฤติกรรมการแกะกล่องและการยินดีให้ตรวจสอบ
คลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมมักแอบดูดยามาจากหลังร้านและไม่ยอมให้เห็นกล่อง ดังนั้นคลินิกที่ได้มาตรฐานจะต้องแกะซีลกล่องต่อหน้าผู้รับบริการ ยินดีให้ถ่ายรูปกล่อง ให้สแกน QR Code ตรวจสอบ และมอบสติ๊กเกอร์เลข Lot กลับบ้านเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดีให้ได้มาตรฐาน มั่นใจ ไม่เสี่ยงเจอของปลอม
ถ้าไม่อยากเจอของปลอมและกำลังเลอยู่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หนึ่งในคลินิกความงามที่ได้รับความไว้วางใจและมีชื่อเสียงมายาวนานอย่าง LBC Clinic ก็ถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่ LBC Clinic โดดเด่นด้วยมาตรฐานและการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง
- มั่นใจเรื่องตัวยาที่ได้มาตรฐานสั่งตรงจากบริษัทนำเข้า : LBC Clinic คลินิกที่มียอดสั่งซื้อโปรแกรมฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลก (เช่น Restylane, Juvederm, Neuramis, e.p.t.q.) สูงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยตัวยาถูกส่งตรงจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น ไม่ผ่านคนกลาง จึงตัดความเสี่ยงเรื่องฟิลเลอร์หิ้วหรือฟิลเลอร์ปลอมได้แบบ 100%
- มาตรฐานการตรวจสอบที่โปร่งใส : ที่ LBC Clinic แพทย์จะทำการเปิดกล่อง แกะซีลตัวยาใหม่ให้ดูต่อหน้า สแกน QR Code ตรวจเช็กกับบริษัทได้ทันที และมอบกล่องพร้อมสติ๊กเกอร์ Lot Number ให้ผู้รับบริการนำกลับบ้านได้ในทุก ๆ เคส
- การจัดเก็บยาตามมาตรฐาน : มีระบบควบคุมอุณหภูมิคลังยาอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้โมเลกุลของสาร Hyaluronic Acid คงประสิทธิภาพสูงสุดและลดอัตราการเกิดอาการแพ้หลังฉีด
- ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้าน Facial Design : แพทย์ที่ LBC Clinic มีความชำนาญการด้านโครงสร้างใบหน้า ประเมินปัญหาแบบ Case-by-Case เลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่มีเนื้อสัมผัสและโมเลกุลเหมาะกับแต่ละจุดอย่างแม่นยำ พร้อมเทคนิคการฉีดที่เลี่ยงหลอดเลือดสำคัญ เพื่อผลลัพธ์ที่สวย ละมุน ดูเป็นธรรมชาติ และตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

Q&A เรื่องฟิลเลอร์ปลอมที่หลายคนสงสัย
Q : ฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วอาการจะออกเมื่อไหร่ ?
A : ระยะเวลาการแสดงอาการขึ้นอยู่กับชนิดของสารและปฏิกิริยาของร่างกาย บางคนอาจเกิดอาการติดเชื้อ บวม แดง ร้อน ทันทีภายใน 1-3 วันแรก แต่บางคนอาจแสดงอาการช้า ผ่านไป 3 เดือน 1 ปี หรือ 5 ปี ถึงเพิ่งเริ่มเกิดก้อนแข็ง พังผืด หรือสารไหลย้อยที่ผิดรูป
Q : ฟิลเลอร์ปลอมทำให้ตาบอดได้จริงไหม?
A : มีโอกาสเกิดขึ้นจริง หากฉีดผิดชั้นผิวจนสารเล็ดลอดเข้าไปในหลอดเลือดแดง และแรงดันจากการฉีดดันให้เนื้อสารไหลย้อนกลับไปอุดเส้นเลือดที่เลี้ยงประสาทตา กรณีนี้อาจทำให้เซลล์ประสาทตาขาดเลือดและสูญเสียการมองเห็นได้อย่างถาวร
Q : ฟิลเลอร์ปลอมแก้ด้วยไฮยาลูโรนิเดสสลายฟิลเลอร์ได้ไหม ?
A : แก้ไม่ได้ เนื่องจากเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสามารถย่อยสลายได้เฉพาะ “สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) แท้” เท่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมประเภทซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน ตัวเอนไซม์จะไม่สามารถย่อยสลายได้ ทำให้การรักษาต้องอาศัยการขูดออกหรือผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อออกเท่านั้น
Q : ถ้ามีก้อนแข็งหลังฉีดแปลว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอมไหม ?
A : ไม่เสมอไป เพราะก้อนแข็งหลังฉีดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น อาการบวมน้ำตามปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก การเลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์รุ่นที่มีความหนึบสูงผิดชั้นผิว เทคนิคการกระจายตัวยาของแพทย์ หรือการเกิดก้อนพังผืด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนสรุป
เพราะเรื่องความสวยกับความปลอดภัยต้องมาคู่กัน การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบตัวยาได้จริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม อยากทำหัตถการให้รูปหน้าสวยแบบสบายใจไร้กังวล ให้ LBC Clinic เป็นคนดูแล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทักหา LBC Clinic ผ่านช่องทาง Official เพื่อสำรองคิวและรับโปรโมชั่นพิเศษได้เลย
ปรึกษาปัญหาแบบส่วนตัวกับ LBC CLINIC
แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Line : @lbcclinic
หรือดูข้อมูลโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ lbc-clinic.com


โทรเลย
Add Line





โปรแกรมงานผิว