เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ 10.00 – 22.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

โปรแกรม Juvelook คืออะไร ทำไมผิวหลวมถึงต้องเลือกโปรแกรมนี้ ?

ผิวในอุดมคติของหลาย ๆ คน คงเป็นผิวที่แลดูสวย ใส เรียบเนียน แลดูสุขภาพดี แต่การจะมีผิวแบบนั้นได้ต้องแลกมากับการมีวินัยและขั้นตอนในการดูแลอย่างสม่ำเสมอ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวก “การทำหัตถการ” ที่ไม่ต้องทำซ้ำทุก ๆ เดือน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

โปรแกรม Juvelook หนึ่งในหัตถการงานผิวประเภทคอลลาเจนบูสเตอร์ ที่มีกลไกการทำงานกับผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ให้ผลลัพธ์ผิวเฟิร์ม แลดูสดใส ทั้งยังมีผลลัพธ์ที่สามารถคงอยู่ได้ยาวนาน* เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการดูแลผิวอ่อนวัยสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา

*ทั้งนี้ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Juvelook คืออะไร รู้จักคอลลาเจนบูสเตอร์ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

โปรแกรม Juvelook คืออะไร ?

โปรแกรม Juvelook (จูวีลุค) คือผลิตภัณฑ์ประเภท Hybrid Biostimulator หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คอลลาเจนบูสเตอร์” โดยจุดเด่นเกิดจากการผสานกันระหว่าง 2 อนุภาคหลัก ได้แก่ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ร่วมกับ Non-crosslinked HA (Hyaluronic Acid) ด้วยขนาดอนุภาคเพียง 10 ถึง 40 ไมโครเมตร ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย พร้อมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพื่อมอบผลลัพธ์ทั้งด้าน Skin Rejuvenationและความกระชับ เพิ่มวอลูมให้แก่ชั้นผิว

โปรแกรม Juvelook ช่วยอะไร ?

  • ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวโดยตรง
  • ช่วยให้ร่องน้ำตา และริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูตื้นขึ้น
  • ดูแลปัญหาริ้วรอยบริเวณลำคอ
  • ปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น
  • ช่วยให้รอยแผลเป็นและหลุมสิวแลดูจางลง
  • ให้ผิวดูมีความชุ่มชื้น อิ่มฟู ปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดูสุขภาพดี

ด้วยลักษณะของ PDLLA ที่เป็นอนุภาคทรงกลมขนาดไมโครคล้ายฟองสบู่ ทำให้เวลาทำหัตถการลงสู่ใต้ชั้นผิวจึงลดโอกาสการจับตัวเป็นก้อน ผสานกับ HA ที่มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้เนื้อเจลกระจายตัวได้ดีตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

โปรแกรม Juvelook ปลอดภัยหรือไม่ ?

ผลิตภัณฑ์ Juvelook มีความปลอดภัยเมื่อได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ เนื่องจากเป็นสารที่ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม และมีความเข้ากันได้ดีกับร่างกาย มีอนุภาค Spherical & Foamy shape ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้สิทธิบัตรในต่างประเทศ ช่วยลดโอกาสการเกิดการอักเสบหรือการเป็นก้อน (Granuloma) นอกจากนี้ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน CE Mark และ KFDA รวมถึงผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ในรูปแบบเครื่องมือแพทย์อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผลการรักษาและการตอบสนองของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป

โปรแกรม Juvelook เหมาะกับใคร เช็กลิสต์ปัญหาผิว เคาะให้ชัวร์ว่าเราควรทำไหม

โปรแกรม Juvelook เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวตื้น ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า
  • ผู้ที่มีสีผิวหน้าไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีผิวหนังหยาบกร้าน หรือแห้งกร้านขาดน้ำ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา ร่องน้ำตา หรือร่องตื้นบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยจากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นและความอิ่มฟูของผิวหน้า

ใครที่ไม่เหมาะกับการทำโปรแกรม Juvelook ?

  • สตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Disease)
  • ผู้ที่มีภาวะผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลเปิดบริเวณที่จะทำหัตถการ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร PDLLA หรือ Hyaluronic Acid
รีวิวทำโปรแกรม Juvelook 6 CC กับหมอไทม์ หน้าอิ่ม ผิวกระชับที่ LBC Clinic

ปรึกษาปัญหาผิวหน้า คลิก

โปรแกรม Juvelook ราคาเท่าไร ? ปริมาณ 1 ขวด มีกี่ cc ?

สำหรับรายละเอียดด้านค่าใช้จ่ายของโปรแกรม Juvelook ราคาจะขึ้นอยู่กับโปรโมชันในแต่ละช่วงของคลินิก ส่วนปริมาณของโปรแกรม Juvelook 1 ขวด จะได้อยู่ที่ 6 cc ซึ่งเป็นปริมาณที่ออกแบบมาให้เพียงพอต่อการกระจายตัวทั่วใบหน้าเพื่อกระตุ้นผิวที่เพียงพอ

ฉีดโปรแกรม Juvelook ช่วยเรื่องใต้ตาได้ดีไหม ?

การทำโปรแกรม Juvelook บริเวณใต้ตา เป็นอีกหนึ่งจุดที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากอนุภาคของผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กและเบา จึงเหมาะสำหรับการดูแลผิวที่บอบบางอย่างบริเวณใต้ตา ช่วยเติมเต็มร่องน้ำตาตื้น ๆ ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) รอบดวงตาให้แลดูเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ทำให้เกิดเป็นก้อนแข็ง อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับบริการภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สนใจฉีดโปรแกรม Juvelook ควรเลือกฉีดตรงไหนดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

โปรแกรม Juvelook ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?

หลักการฉีดโปรแกรม Juvelook แพทย์จะประเมินตามปัญหา และแนะนำบริเวณที่เหมาะสม เพื่อทำการปล่อยตัวยาไปยังชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) โดยทั่วไปแล้วสามารถฉีดได้ทั่วใบหน้า และลำคอ สามารถแยกเป็นบริเวณย่อย ๆ ได้ ดังนี้

  • ทั่วใบหน้า : เน้นงานผิว รูขุมขน ความกระจ่างใส
  • รอบดวงตา / ใต้ตา : ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ และร่องน้ำตาตื้น ๆ
  • ลำคอ : ลดเลือนริ้วรอยพับบริเวณคอ
  • รอยแผลเป็น / หลุมสิว : บริเวณที่ต้องการ “การเติมเต็ม” เฉพาะจุด

โปรแกรม Juvelook สามารถทำพร้อมหัตถการอื่นได้ไหม ?

เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์การดูแลผิวและรูปหน้า แพทย์มักจะแนะนำให้ทำร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ โดยมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

  • กลุ่มทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ : แนะนำให้ทำโปรแกรม Juvelook ก่อน จากนั้นจึงเว้นระยะตามแพทย์ประเมินก่อนทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์
  • กลุ่มหัตถการชนิดฉีดอื่น ๆ : ควรเว้นบริเวณทำไม่ให้ทับซ้อนกัน หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษาควบคู่กัน เพื่อการดูแลอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับแผนการดูแลของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Juvelook กี่วันเห็นผล และสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน ?

เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของผิวและระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน สามารถสรุปไทม์ไลน์การทำงานของตัวยาออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะเห็นผลเบื้องต้น (หลังทำทันที) : ส่วนประกอบของกรดไฮยาลูรอนิก (HA) จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิว ทำให้ริ้วรอยและร่องตื้นต่าง ๆ แลดูเต็มขึ้น
  2. ระยะกระตุ้นคอลลาเจน (2-4 สัปดาห์) : ส่วนประกอบ HA จะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ และอนุภาค PDLLA จะเริ่มกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวเริ่มรู้สึกแน่นและแลดูกระชับขึ้น
  3. ระยะคงผลลัพธ์ (3-6 เดือนขึ้นไป) : เป็นช่วงที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผิวจึงแลดูอิ่มฟูและเรียบเนียน โดยโครงสร้างคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะช่วยคงสภาพผิวให้แลดูสุขภาพดีได้ยาวนานประมาณ 1.5-2 ปี *

*ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ของตัวยาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเอง

โปรแกรม Juvelook ควรฉีดกี่ครั้ง แนะนำระยะการฉีดเพื่อผลลัพธ์ผิวสวยที่ LBC Clinic

โปรแกรม Juvelook ควรฉีดกี่ครั้ง ?

แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยการดูแล 1 ครั้ง จะใช้ 1 ขวด (Vial) แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน เพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง และควรกลับมาดูแลซ้ำทุก ๆ 6-12 เดือน ตามที่แพทย์ประเมินสภาพผิว

หลังทำโปรแกรม Juvelook ต้องดูแลอย่างไร ?

  • ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก : งดแต่งหน้า งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม และหลีกเลี่ยงการจับ แตะ หรือนวดหน้าแรง ๆ
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด : เช่น ซาวน่า เลเซอร์ หรือตากแดดจัด ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อช่วยให้ HA ทำงานได้ดีและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3-7 วัน : เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการบวมหรืออักเสบ

โปรแกรม Juvelook VS โปรแกรมฟิลเลอร์ VS โปรแกรม Sculptra ต่างกันอย่างไร ?

หัวข้อเปรียบเทียบโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)โปรแกรม Juvelookโปรแกรม Sculptra
จุดเด่นหลักเน้นการเติมเต็มร่องลึกและปรับโครงสร้างใบหน้าโดยตรงเน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควบคู่กับการฟื้นฟูงานผิวให้ชุ่มชื้นเน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างที่หย่อนคล้อย
บริเวณที่แนะนำสามารถทำได้หลายบริเวณทั่วใบหน้า เช่น คาง, ปาก, ร่องแก้ม และขมับทั่วใบหน้า และลำคอ รวมถึงบริเวณผิวบอบบาง เช่น ริ้วรอยตื้น ๆ ใต้ตาขมับ, หน้าแก้ม, แก้มตอบ, กรอบหน้า 
(ไม่แนะนำบริเวณใต้ตาหรือริมฝีปาก)
เหมาะกับปัญหาใด?ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกชัดเจน หน้าดูมีอายุ หรือต้องการปรับสัดส่วนรูปหน้าผู้ที่มีปัญหาผิวคุณภาพลดลง มีหลุมสิวตื้น รูขุมขนกว้าง หรือมีริ้วรอยร่องตื้นผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ หรือสูญเสียวอลูมในระดับโครงสร้างชั้นลึก
ระยะเวลาสังเกตการเปลี่ยนแปลงอาจสังเกตการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นหลังทำ และดูละมุนเข้าที่เมื่อครบ 1 เดือน* ริ้วรอยร่องตื้นดูดีขึ้นหลังทำ และผิวอาจดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น ในช่วง 7 วันแรก*เห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ผิวจะเริ่มแลดูกระชับขึ้นในระยะ 3-4 สัปดาห์หลังทำ*
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 6-18 เดือน*ประมาณ 2 ปี*ประมาณ 2 ปี*
การดูแลพิเศษหลังทำดูแลตามคำแนะนำทั่วไปของแพทย์ดูแลตามคำแนะนำทั่วไปของแพทย์ (ไม่ต้องนวดหน้า)ต้องนวดหน้าตามหลัก 5-5-5 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดี

*ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล

ทำไมควรทำโปรแกรม Juvelook ที่ LBC Clinic ?

  • แพทย์จะประเมินรูปหน้าและสภาพผิวก่อนทำทุกเคส เพื่อแนะนำโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุด
  • ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย สามารถตรวจสอบได้
  • แพทย์มีประสบการณ์และความชำนาญในการดูแลปัญหาผิวหน้า
  • แกะกล่องผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ดูต่อหน้า และให้คำแนะนำทั้งก่อน-หลังทำอย่างใกล้ชิด

โปรแกรม Juvelook ที่ LBC Clinic ดีอย่างไร รวมรีวิวไว้ที่นี่ 

สำหรับผู้สนใจทำโปรแกรม Juvelook ที่ LBC Clinic เราพร้อมให้บริการโดยแพทย์ที่ใส่ใจในการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้ทุกขวด สอบถามโปรโมชันและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ lbc-clinic.com หรือจองคิวพร้อมส่งรูปให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ LINE Official: @lbcclinic พบกันได้ที่ 4 สาขาพร้อมให้บริการใกล้คุณ

  • สาขาพระรามเก้า โทร: 092-391-8811
  • สาขาสยามสแควร์วัน โทร: 095-996-1666
  • สาขาสุขุมวิท 39 โทร: 063-591-5867
  • สาขาเอ็มควอเทียร์ โทร: 02-102-1282

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Juvelook (FAQs)

Q: โปรแกรม Juvelook เหมาะกับผู้ที่ไม่เคยทำหัตถการมาก่อนหรือไม่ ?

A: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวเป็นครั้งแรก เนื่องจากโปรแกรม Juvelook เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างรูปหน้า และใช้สารที่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินสภาพผิวเพื่อให้เหมาะสมและดูแลความปลอดภัยก่อนทำหัตถการทุกครั้ง

Q: สามารถทำโปรแกรม Juvelook ร่วมกับโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบทอกซ์ในวันเดียวกันได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำร่วมกันได้ โดยแพทย์จะออกแบบการรักษาและจัดลำดับหัตถการให้เหมาะสม มักจะแยกบริเวณที่ทำเพื่อไม่ให้ตัวยารบกวนกัน และช่วยให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ

Q: หากทำโปรแกรม Juvelook แล้วสามารถฉีดสลายได้หรือไม่ ?

A: ผลิตภัณฑ์ Juvelook เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่จะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง จึงไม่มียาฉีดสลายได้ทันทีเหมือนสารเติมเต็มกลุ่ม HA อย่างไรก็ตาม แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาในครั้งถัดไป หรือแนะนำหัตถการอื่นทำร่วมด้วยเพื่อปรับสมดุลผิวให้แลดูดีขึ้นได้

Q: การทำโปรแกรม Juvelook มีผลต่อการแต่งหน้าหรือการใช้สกินแคร์ประจำวันหรือไม่ ?

A: สามารถแต่งหน้าและใช้สกินแคร์ได้ตามปกติหลังจากพักผิวตามคำแนะนำของแพทย์ (ประมาณ 24-48 ชั่วโมง) โดยผู้รับบริการมักพบว่าผิวแลดูเรียบเนียนและช่วยให้เครื่องสำอางติดทนยิ่งขึ้น

Q: โปรแกรม Juvelook สามารถทำบริเวณอื่นนอกจากใบหน้าได้หรือไม่ ?

A: สามารถใช้ดูแลปัญหาผิวบริเวณอื่นที่มีริ้วรอยหรือความแห้งกร้านได้ เช่น ลำคอ หลังมือ หรือบริเวณที่มีรอยแตกลาย โดยแพทย์จะพิจารณาปริมาณตัวยาและเลือกใช้เทคนิคให้เหมาะสมกับความบอบบางของผิวในแต่ละตำแหน่ง


ข้อมูลอ้างอิง

  1. Ultrasound and Radiological Patterns in Assessing the Efficacy of Juvelook for Collagen Stimulation and Tear Trough Enhancement: A Case Report. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569. จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40400849/
  2. Poly-L-Lactic Acid as a Facial Filler. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11187807/ 
  3. Skin rejuvenation effect of the combined PDLLA and non cross-linked hyaluronic acid: A preliminary study. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569. จาก https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1111/jocd.16085

สรุปบล็อกนี้

บทความอื่นๆ

ฉีดสลายไขมันใต้รักแร้ ทางออกเพื่อกำจัดนมน้อย
อยากแต่งตัวสวย ๆ ด้วยเสื้อแขนกุด หรือสายเดี่ยวหรือเกาะอกโชว์แขนเรียวสวย แต่ดันเจอปัญหาเนื้อปลิ้น เนื้อล้น ที่ใต้รักแร้จนกลายเป็นเหมือนว่ามีนมน้อยเพิ่มมาที่ใต้รักแร้อีกก้อน
โพสเมื่อ 2025-04-24 10:38
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
แก้มตอบทำยังไงดี โปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์คือคำตอบ
แก้มตอบทำยังไงดี! ปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูอัปวัย ยิ่งปล่อยผ่านไปนานก็ยิ่งกลุ้มใจมากกว่าเดิม เพราะดูยังไงสัดส่วนของใบหน้าก็เริ่มจะไม่สมดุลอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งคนที่มีปัญหาแก้มตอบ จะมีลักษณะของแก้มที่เป็นแอ่งเล็ก ๆ อยู่บนใบหน้า ทำให้หน้าดูไม่อวบอิ่ม โทรม และไ
โพสเมื่อ 2025-04-21 03:44
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane ดียังไง ? ทำไมแพทย์ทั่วโลกเลือกใช้
ความลับของคนที่ดูเด็กตลอดกาล? ฟิลเลอร์ Restylane คือคำตอบ!
โพสเมื่อ 08/24/2024 12:57am
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? พร้อมเทคนิคเลือกคลินิกให้ได้คุณภาพ
รู้จักฟิลเลอร์ 4 ยี่ห้อชั้นนำ Neuramis, Restylane, Juvederm และ Teoxane พร้อมแนะนำวิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม
โพสเมื่อ 01/01/2024 2:22pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }