เบอร์ติดต่อ
092-391-8811
095-996-1666
063-591-5867
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาสุขุมวิท39 10.30 – 20.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

คัมภีร์งานผิวฉีดหน้าใสตัวไหนดี ? สรุปจุดเด่นก่อนตัดสินใจ

Key Takeaways

Collagen Booster และ Biostimulator เช่น โปรแกรม Profhilo, โปรแกรม Sculptra, โปรแกรม Juvelook และโปรแกรม Rejuran เป็นตัวเลือกในการฟื้นฟูผิวระดับโครงสร้าง โดยการตัดสินใจดูแลผิวหน้า ควรพิจารณาจากปัญหาผิวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวหย่อนคล้อย หรือหลุมสิว เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละคน

Table of Content

ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง หรือโครงหน้าดูโทรม ล้วนต้องการวิธีดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกทำหัตถการในกลุ่ม Biostimulatorจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าควรฉีดหน้าใสตัวไหนดี แต่ต้องเลือกให้ตรงกับปัญหาผิวในขณะนั้น การทำความเข้าใจจุดแข็งของ 6 โปรแกรมยอดฮิตที่เราจัดหมวดหมู่มาให้ จะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าแต่ละแบบสามารถตัดสินใจลงทุนกับการดูแลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและปลอดภัย

Collagen Booster และ Biostimulator คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ?

Biostimulator และ Collagen Booster คือตัวยาที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเส้นใหม่ตามธรรมชาติ เน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ไม่ใช่เจลเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ โดยจะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1-3 เดือน ผิวจะกลับมาแน่น เฟิร์มกระชับ ริ้วรอยหรือหลุมสิวดูตื้นขึ้น และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่าสกินบูสเตอร์ทั่วไป 

ข้อแตกต่างระหว่างฟิลเลอร์และกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน

  • ฟิลเลอร์ : เน้นเติมเต็มวอลลุ่มเฉพาะจุดให้เต็ม เช่น ร่องแก้ม ขมับ หรือคาง
  • Biostimulator : เน้นฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ให้ผิวอิ่มฟู แน่นกระชับจากคอลลาเจนของตัวเอง ดูเป็นธรรมชาติ 

หากยังลังเลว่าปัญหาผิวที่มีควรเลือกใช้ตัวยาแบบไหน สามารถเริ่มต้นเช็กแนวทางการรักษาผ่านโปรแกรมงานผิวที่ LBC Clinic ซึ่งมีการแบ่งหมวดหมู่หัตถการไว้อย่างตอบโจทย์กับสภาพผิวของแต่ละคน 

เจาะลึก 6 โปรแกรม Collagen Booster และ Biostimulator ฉีดหน้าใสตัวไหนดี ?

โปรแกรม Profhilo ฟื้นฟูผิวฉ่ำวาวระดับลึก  

  • เหมาะกับ: ผิวแห้ง ขาดน้ำ ดูไม่มีออร่า ต้องการผิวฉ่ำวาวแบบองค์รวม 
  • จุดเด่น: ใช้นวัตกรรม HA บริสุทธิ์ความเข้มข้น 64 mg ทำงานแบบ Bioremodeling ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินพร้อมเติมความชุ่มชื้น ด้วยการใช้เทคนิคฉีดเพียง 5 จุดต่อข้าง ตัวยาจะกระจายได้ทั่วใบหน้า ลดโอกาสบวมช้ำ สำหรับคนที่อยากมีผิวเด้งฟู ริ้วรอยตื้นลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ให้Profhilo ปลุกผิวโกลว์ กล้าโชว์หน้าสดได้เลย พร้อมยกระดับความมั่นใจด้วยมาตรฐานคลินิกที่ได้รับรางวัลProfhilo Award 2025 เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการ 

โปรแกรม Sculptra คืนความฟูแน่นให้โครงสร้างผิว 

  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีแก้มตอบ ขมับยุบ โครงหน้าดูโทรม ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนาน 
  • จุดเด่น: โปรแกรม Sculptraเป็น Biostimulator ที่ใช้สาร PLLA เน้นกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก ช่วยฟื้นฟูแก้มตอบ ขมับลึก หรือผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นกระชับแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานถึง 2 ปี แต่หัตถการนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงเพราะSculptra ไม่ใช่ว่าฉีดกับใครก็ได้ ซึ่งควรพิจารณาเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานพร้อมกับประเมินด้วยว่า โปรแกรม Sculptra ที่จะเข้าทำหัตถการมีราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพการรักษาหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวแน่นกระชับแบบสาวหน้าใสตัวแม่

โปรแกรม Juvelook ปรับผิวเนียนละเอียด ลดหลุมสิว 

  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีหลุมสิวตื้น รอยสิวเป็นแอ่ง รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
  • จุดเด่น: โปรแกรม Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator ที่ผสานการทำงานของ PDLLA และ HA เข้าด้วยกัน ช่วยทั้งกระตุ้นคอลลาเจนและเติมความชุ่มชื้น จุดเด่นของจูวีลุคคือการแก้ปัญหาผิวชั้นตื้นถึงกลาง ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง รอยสิว หรือหลุมสิวตื้น การให้Juvelook ช่วยปรับผิวหน้าที่มีปัญหา จะช่วยซ่อมแซมเนื้อผิวให้ดูเนียนละเอียดและใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 2-4 สัปดาห์ โดยคงผลลัพธ์ยาวนาน 1-1.5 ปี 

โปรแกรม Rejuran ซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง 

  • เหมาะกับ: ผิวแพ้ง่าย บอบบาง เป็นสิวซ้ำซาก ต้องการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว 
  • จุดเด่น:โปรแกรม Rejuran ทำหน้าที่เป็น Skin Healer ด้วยสารสกัด PN บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอน เน้นฟื้นฟูโครงสร้างและเกราะป้องกันผิว ลดการอักเสบ เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือมีรอยแดง สำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาหลายมิติพร้อมกัน การวางแผนทำ Rejuran คู่กับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการปรับผิวให้เรียบเนียนได้ดียิ่งขึ้น 

โปรแกรม HArmonyCa เติมเต็มพร้อมยกกระชับในตัวเดียว 

  • เหมาะกับ: ร่องแก้มลึก กรอบหน้าหย่อนคล้อย ต้องการปรับมิติกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
  • จุดเด่น:โปรแกรม HArmonyC รวมข้อดีของ HA และ CaHA ไว้ด้วยกัน ช่วยทั้งเติมวอลลุ่มส่วนที่ยุบตัวและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ใครที่อยากปรับรูปหน้าสามารถใช้โปรแกรม HArmonyCa ลิฟท์หน้า ลดความหย่อนคล้อย เพื่อดึงกรอบหน้าด้านข้างให้ดูมีมิติมากขึ้นได้ แต่หากกำลังลังเลระหว่างกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึกว่าควรทำแบบไหนดี สามารถอ่านข้อเปรียบเทียบ HArmonyCa vs Sculptra เพื่อประกอบการตัดสินใจ  

โปรแกรม Collaju ฟื้นฟูผิวเด้งใส เข้าถึงง่าย 

  • เหมาะกับ: ผิวดูโทรม ขาดความกระชับ ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวในงบที่ควบคุมง่าย 
  • จุดเด่น:โปรแกรม Collaju เป็น Collagen Booster ที่ส่งผ่านโปรตีนและเปปไทด์เข้าฟื้นฟูผิวโทรม ขาดความยืดหยุ่น ให้กลับมาดูสดใสและเด้งขึ้นอย่างอ่อนโยน จุดเด่นคือเป็นโปรแกรมที่เข้าถึงง่าย สบายกระเป๋า เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลผิว  

ไม่ว่าสภาพผิวปัจจุบันจะเป็นรูปแบบไหน การได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงย่อมสร้างความมั่นใจได้ สามารถเข้าไปดูรีวิวงานผิวจากลูกค้าจริงเพื่อเป็นภาพประกอบในการตัดสินใจกันก่อนได้เลย

ควรฉีดหน้าใสบ่อยแค่ไหน ? อัปเดตระยะเวลาของแต่ละโปรแกรม  

ความถี่ขึ้นอยู่กับประเภทตัวยาและปัญหาผิว เพื่อให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีคำแนะนำเบื้องต้นดังนี้

  • กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก : แนะนำทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นผลลัพธ์มักคงอยู่ยาวนาน 1-2 ปี
  • กลุ่มฟื้นฟูความชุ่มชื้น : แนะนำทำ 2 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ในรอบแรกเพื่อบูสต์ผิวขั้นสุด หลังจากนั้นสามารถทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อรักษาคุณภาพผิวให้ดูสุขภาพดี

วิธีดูแลผิวก่อนและหลังฉีดหน้าใสเพื่อยืดอายุผลลัพธ์

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ตัวยาทำงานได้เต็มที่และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานขึ้น

  • ก่อนทำ: งดสครับผิวแรง ๆ หรือทำเลเซอร์ผลัดเซลล์ผิวประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสผิวระคายเคือง
  • หลังทำ: เลี่ยงความร้อนจัด อบซาวน่า หรือเลเซอร์ความร้อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก และหลังจากทำหัตถการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • การบำรุง: ดื่มน้ำให้เพียงพอเพราะตัวยาหลายชนิดช่วยอุ้มน้ำให้ผิวฟู พร้อมทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดปกป้องผิวเป็นประจำ

แนวทางการประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจดูแลผิว

ควรศึกษาข้อมูลและรับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรง เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ

  • เลือกใช้ตัวยาที่สามารถเช็กหมายเลข Lot ได้ และผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง
  • ความหนาและปัญหาการยุบตัวของชั้นไขมันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การให้ทีมแพทย์ LBC  ทำการประเมินก่อนทำ จะช่วยกำหนดปริมาณและชั้นผิวที่เหมาะสมที่สุด
  • การกระตุ้นคอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างเนื้อเยื่อใหม่ตามธรรมชาติ การเผื่อเวลาให้ตัวยาทำงานจะช่วยให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างสบายใจ

การเลือกโปรแกรมดูแลผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Biostimulator หรือ Collagen Booster ล้วนต้องประเมินจากสภาพผิวและปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะช่วยให้การวางแผนดูแลโครงสร้างผิวเป็นไปอย่างปลอดภัย คุ้มค่า และได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุด

หากยังมีข้อสงสัยว่าสภาพผิวปัจจุบันเหมาะกับการดูแลด้วยวิธีไหน สามารถส่งรูปประเมินเบื้องต้น และจองคิวเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ได้เลยตามช่องทางติดต่อด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดหน้าใสตัวไหนดีระหว่าง Biostimulator กับ Collagen Booster  (FAQs)

Q: ผิวโทรมมาก ควรเริ่มฉีดหน้าใสตัวไหนดีระหว่าง Biostimulator กับ Collagen Booster ?

A: แนะนำให้ประเมินจากระดับปัญหาผิว หากมีปัญหาโครงสร้างผิวหย่อนคล้อยหรือขมับตอบ การใช้ Biostimulator จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างลึกได้ตรงจุดกว่า แต่ถ้าผิวแค่ดูโทรม ขาดความยืดหยุ่น และต้องการฟื้นฟูเบื้องต้น การเลือกกลุ่ม Collagen Booster จะเหมาะสมและช่วยให้ผิวดูเด้งใสขึ้น 

Q: โปรแกรม Juvelook (จูวีลุค) เหมาะกับคนที่มีปัญหาหลุมสิวจริงไหม ?

A: ตัวยา Juvelook หรือจูวีลุคเป็น HybridBiostimulator ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการฟื้นฟูเนื้อผิวชั้นตื้นถึงกลาง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณที่มีรอยสิว รูขุมขนกว้าง และหลุมสิวตื้น ๆ ให้กลับมาเรียบเนียนและดูละเอียดขึ้น

Q: โปรแกรม HArmonyCa กับโปรแกรม Collaju สามารถวางแผนทำร่วมกันได้ไหม ?

A: สามารถทำร่วมกันได้ โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้โปรแกรม HArmonyCa เพื่อยกกระชับและดึงมิติกรอบหน้าในชั้นลึกก่อน แล้วค่อยเสริมด้วยโปรแกรม Collaju เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวชั้นบนให้ดูเด้งและสดใส ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเพื่อวางแผนลำดับหัตถการให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ 

Q: โปรแกรม Sculptraราคาเท่าไหร่ และควรเข้ารับบริการกี่ครั้งถึงจะเห็นผลเต็มที่ ?

A: แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะช่วยออกแบบสัดส่วนตัวยาให้พอดีกับระดับความหย่อนคล้อย เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด 

Q: สามารถทำ Biostimulator ร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ผิวดียิ่งขึ้น เช่น การทำเครื่องมือยกกระชับก่อนฉีดเพื่อไม่ให้ความร้อนกระทบตัวยา การฉีดคู่กับโบท็อกซ์ในวันเดียวกัน หรือหากต้องการเติมฟิลเลอร์ แพทย์จะช่วยประเมินโครงสร้างหน้าเพื่อปูพื้นฐานผิวด้วย Biostimulator ก่อนเติมเต็มเฉพาะจุด เพื่อให้ได้มิติใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบ

สรุปบล็อกนี้

บทความอื่นๆ

“โบทอกบ่า” ตัวช่วยไหล่สวย + ลดอาการออฟฟิศซินโดรม
ถ้าพูดถึง โบทอก เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงหน้าตึงเป๊ะ ไร้รอยย่นอย่างเดียวแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ ความจริงแล้วทราบหรือไม่ว่า โบทอกนั้นสามารถฉีดได้ทั่วร่างกายไม่เพียงแต่เฉพาะบนใบหน้าหรือรักษาเฉพาะริ้วรอยเหี่ยวย่นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเจ้าโบท็อกซ์นี้ยังถูกนำมาใช้ในเ
โพสเมื่อ 2025-04-24 10:46
เปิดตัว LBC จุดหมายใหม่แห่งความงาม  ใจกลางกรุงเทพฯ
LBC สาขาสุขุมวิท39 เปิดประตูสู่ความงามอย่างเป็นทางการ ณ สุขุมวิท 39 สาขาใหม่ล่าสุดที่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ LBC CLINIC ภายใต้การดูแลและมาตรฐานระดับพรีเมียมจาก LBC CLINIC พร้อมมอบประสบการณ์ความงามรูปแบบใหม่ที่สะท้อนทั้งความหรูหรา ความทันสมัย ในทุกขั้นตอน
โพสเมื่อ 09/16/2025 12:01am
 เปิดตัวดริปผิว 2 สูตรใหม่ ทางลัดสู่ผิวใสเร่งด่วน
โปรแกรมดริปผิว SNOW GLOW สูตรผิวไบรท์ X3 และ โปรแกรมดริปผิว SNOW PURE ลดอ่อนเพลีย เคลียร์สมองเฟรช
โพสเมื่อ 12/19/2025 3:24pm
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำแก้ใต้ตาดำคืนความสดใสให้ใบหน้า
จบปัญหาใต้ตาด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ เติมร่องลึกดูเป็นธรรมชาติให้ใบหน้าสดใส อิ่มฟู ถ้าสงสัยว่าฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานไหม ? หาคำตอบได้ที่ LBC Clinic
โพสเมื่อ 05/13/2026 2:13pm