Blogs View - LBC Clinic
คำถามที่พบบ่อย?
ปิดหน้าต่างนี้
เบอร์ติดต่อ
0923918811
เวลา เปิด-ปิด
เปิดทุกวัน : 12:00-20:00

แฉ!ความลับหน้าวี เหนียงเคยมีแต่ตอนนี้เรียวมาก

- โพสเมื่อ 21/10/2019

เหนียงหรือคางสองชั้น (Double Chin)  อาการที่ใต้คางและคอหนาขึ้น ทำให้เวลาส่องกระจกหรือถ่ายรูปจะเห็นคางสองชั้นที่ชัดเจนมาก  ทำให้ใครหลายคนสูญเสียความมั่นใจ แต่เราสามารถกำจัดเหนียงให้ออกไปจากชีวิตได้ ทั้งเหนียงกรรมพันธุ์ที่ส่วนใหญ่มักเกิดกับคนผอมและเหนียงพันธุกรรมที่มักเกิดในคนอ้วน โดยเหนียงจะเกิดจากไขมันใต้ชั้นผิวหนังไปสะสมอยู่บริเวณใต้คางมากเกินไป  ดังนั้น ทุกคนที่กำลังมองหาวิธีลดเหนียง คืนรูปหน้าใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิมอย่ากลัวไปค่ะ  เราสามารถกำจัดออกได้ด้วยหลายวิธีที่ปลอดภัยต่อร่างกายและเห็นผลชัวส์ โดยวันนี้เราจึงมาแฉความลับหน้าวี เหนียงเคยมีแต่ตอนนี้เรียวมาก มาฝากทุกคนกันค่ะ


  1. โยคะใบหน้า หนึ่งในวิธีการลดเหนียงอย่างเห็นผล สามารถทำได้ทุกวัน เพียงแค่ตื่นเช้าหรือก่อนนอน  ทำตามท่าเหล่านี้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ภายใน 3 เดือน จะเริ่มเห็นผลแน่นอน

 

ท่าที่ 1 – เงยหน้าขึ้น  อ้าปากค้างไว้ ให้ส่วนคอและเหนียงรู้สึกตึง  ทำค้างไว้ 30 วินาที 

         ทำครั้งละ  5 เซ็ต

ท่าที่ 2 – เงยหน้าค้างไว้ให้คอตึง  ทำค้างไว้ 30 วินาที ทำครั้งละ 5 เซ็ต

ท่าที่ 3 – เงยหน้าขึ้น  ทำปากจู๋ ให้ส่วนคอและเหนียงรู้สึกตึง  ทำค้างไว้ 30 วินาที ทำครั้งละ 5 เซ็ต

โดยเราสามารถทำตามท่าเหล่านี้สลับกันไปมา  อย่างน้อย 30 นาที ต่อเนื่องทุกวัน รับรองว่าภายใน  3 เดือน เราจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นค่ะ

  1.     นวดหน้าวีเชฟ  เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งทุกครั้งที่เราทาครีมเช้าและก่อนนอนก็เปลี่ยนมาใช้วิธีการนวดครีมบนใบหน้าแทนการทาครีม  โดยการแตะครีม 5 จุดสำคัญบนใบหน้า จากนั้นเริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วมือนวดคางขึ้นไปตามโครงหน้าให้เป็นรูปตัววี นวดจนใบหน้าเริ่มรู้สึกอุ่นๆ ก็ตามด้วยการนวดครีมบริเวณจุดอื่นๆ วิธีนี้จะช่วยยกกระชับคางให้ได้รูป ซึ่งผลในระยะยาวจะทำให้เรามีใบหน้าวีเชฟ และใบหน้าที่เด็กกว่าอายุจริง
  2.     ควบคุมอาหาร  ส่วนใหญ่เหนียงเกิดจากการกินของหวาน ของมัน ของทอด แป้งมากกว่าพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน  ทำให้เกิดไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย บางคนจึงเกิดไขมันส่วนเกินสะสมใต้คางจนเกิดเหนียงนั่นเอง แต่เราสามารถกำจัดเหนียงได้ที่ต้นเหตุ เพื่อลดไขมันบริเวณใต้คาง ด้วยการหันมากินอาหารประเภทนิ่งหรือต้มมากกว่ากินของทอด หันมาควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแป้ง  หันมาออกกำลังกาย เพื่อลดไขมันทั่วร่างกาย และลดไขมันเฉพาะส่วน จะทำให้เราเฟิร์มขึ้นเยอะเลยค่ะ
  3.     อุปกรณ์กระชับคาง ส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลี และนำเข้ามาจำหน่ายในไทย  โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะได้ผลลัพธ์ที่ดี จะต้องใช้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือน จึงจะเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง โดยอุปกรณ์กระชับคาง ช่วยลดเหนียงยอดฮิตในปัจจุบัน คือ  เข็มขัดรัดหน้าเรียว ลูกกลิ้งนวดกระชับใบหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ปลอดภัย แต่อาจเห็นผลช้า ทำให้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดเหนียงอย่างเร่งด่วน
  4.     อย่าก้มหน้าเล่นมือถือมากเกินไป  การก้มหน้าเล่นมือส่งผลให้ช่วงขากรรไกรหรือคางช่วงล่างหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยได้ง่าย  ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงการเล่นมือถือด้วยการก้มหน้า แล้วเปลี่ยนท่าเล่นมือถือมานั่งตัวตรง  พยายามให้โทรศัพท์อยู่ในระดับสายตา มองหน้าจอมือถือออกไปตรงๆ วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดเหนียงใต้คางได้แล้ว  ยังช่วยลดการปวดไหล่และต้นคอได้อีกด้วย
  5.     ดื่มน้ำเพียงพอช่วยลดเหนียง เราคงได้ยินกันบ่อยๆ ว่าควรดื่มน้ำวันละ 1.5 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างมหาศาล  โดยประโยชน์อย่างหนึ่งที่มีต่อเหนียงของเราคือ การดื่มน้ำที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวันนั้น จะช่วยให้ระบบเผาพลาญทำงานได้ดีขึ้น เมื่อระบบเผาพลาญดี  ไขมันก็สลายได้ง่าย ใครอยากสลายไขมันใต้คาง คงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย ซึ่งสามารถใช้สูตรคำนวณการดื่มน้ำ คือ น้ำหนักตัว (ก.ก.)/2 x 2.2 x30 = … C.C.  เช่น หญิงน้ำหนัก 45 กิโลกรัม (45)/2 x 2.2 x30 = 1,485 C.C. (น้ำ 1 ลิตร = 1,500 C.C.)
  1.  การฉีดสลายไขมันด้วยเมโสแฟต (Mesotherapy) ซึ่งหลายคนจะเรียกติดปากว่า “ฉีดแฟต”  “ฉีดลดแฟต” หรือ “ฉีด Meso Fat (เมโสแฟต)” นั่นเอง  ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณต่างๆ ของร่างหาย โดยการฉีดสารประกอบหรือตัวยาบางชนิดที่สามารถสลายไขมันเข้าสู่ชั้นไขมันเฉพาะจุดที่ต้องการ เพื่อลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการแบบจุดต่อจุด  ซึ่งเป็นวิธีการลดไขมันและลดเซลลูไลท์ที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ใช้วิธีการผ่าตัด เรียกได้ว่า กังวลไขมันส่วนเกินตรงไหน ก็ฉีดตรงนั้นให้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแก้ม เหนียงใต้คาง หรือแม้แต่  ต้นแขน ต้นขา อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย เพราะส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สลายออกจากร่างกายได้ดี  สาวๆ จึงไม่ต้องกังวลว่าไขมันที่โดนสลายจะไหลไปสู่บริเวณข้างเคียง หรือทำให้ผิวหนังแข็งเป็นก้อน เนื่องจากไขมันก้อนใหญ่จะแตกตัวจนสลายออกเป็นไขมันเหลว  แล้วถูกขับออกทางปัสสาวะหรือเหงื่อนั่นเอง  ยิ่งหากใครชอบออกกำลังกายหรือเป็นสายดื่มน้ำมาก ๆ ไขมันจะยิ่งสลายออกไปปริมาณมากและรวดเร็ว โดยเฉลี่ยจะเห็นผลลัพธ์ภายใน 3-7 วัน

แต่สาวๆ หลายคนที่ผ่านการฉีดลดแฟตมักแอบกังวล เนื่องจากเมโสแฟตส่วนใหญ่ ฉีดแล้วจะบวมนาน บางคนฉีดแล้วบวม 2-3 วัน เอาแบบไม่อยากออกจากบ้านกันไปเลย



วันนี้เรามีชี้ทางสว่าง แอบกระซิบว่า ฉีดแฟตแบบไม่บวมมันมีอยู่จริง!

ซึ่งหากใครไม่มีเวลามานั่งพักหน้า แนะนำให้เลือก ฉีดแฟตแบบใหม่ ที่สลายไขมันแบบไม่บวมไปเลย ราคาเองไม่ได้ต่างมากจากแฟตแบบเดิม แต่แฟตจำพวก Lipo V สามารถลดไขมันได้เยอะ และไม่ทิ้งความบวมไว้ให้รำคาญใจอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจฉีดสลายไขมันแบบนี้ แนะนำศึกษาข้อมูลหรือสอบถามแพทย์ให้มั่นว่า ฉีดด้วยสารตัวไหน ดูรูปรีวิวจนมั่นใจ เลือกทำในสถานพยาบาลที่ปลอดภัย ฉีดโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต จะสวยทั้งทีเลือกให้ดีและมีความปลอดภัยกับตัวเราค่ะ   



รวมรีวิวสลายไขมัน


*ผลลัพท์การรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล


แสดงความคิดเห็น
บทความอื่นๆ
เพราะความปลอดภัยของลูกค้า “สำคัญที่สุด” มาตรการต้าน Covid-19 ที่แอลบีซี
#เพราะไม่ใช่แค่การตลาด แต่ต้องสะอาดจริง #จริงจังกว่ายอดขาย คือความปลอดภัยของลูกค้าทุกคน #มากกว่าความสวยคือความปลอดภัย #มากกว่าใส่ใจคือมาตรการดูแลความปลอดภัยทุกขั้นตอน
- โพสเมื่อ 29/02/2020
‘ลดปีกจมูก’ เสกรูปจมูกให้เรียวสวยได้รูปแบบทันใจ ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ!
มีใครที่เคยหยิบกระจกขึ้นมาส่องแล้วรู้สึกว่า หน้าฉันก็หล่อ/สวยปัง ดั้งก็โด่งสโลปเป๊ะ แต่ทำไมยังรู้สึกว่ามันยังสวยไม่พอเพราะจมูกยังดูไม่ได้ทรงแบบที่ตรงใจ ไม่ว่าจะปีกจมูกกว้าง จมูกดูบานรูปชมพู่ดูไม่เป๊ะพอ ฯลฯ หรืออะไรก็ตามแต่ แล้วอยากให้ทรงของจมูกดูสวยกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากเจ็บตัวเยอะหรือต้องเสียเวลาพักฟื้นเพิ่มจากการพึ่งมีดหมอใช่ไหมคะ เราขอเสนอ ‘การลดปีกจมูก’ จะเป็นอะไร ยังไง และตอบโจทย์ใครบ้าง ห้ามพลาด!
- โพสเมื่อ 14/01/2020
เรื่องหน้าใส ยกให้ตัวไหนเป็น Winner ?
“ผิวใส” ใคร ๆก็อยากมี เห็นได้เลยว่าผลิตภัณฑ์หน้าขาวใสจึงขายดีอันดับหนึ่งในบ้านเรา เพราะทุกคนล้วนให้ความสนใจดูแลมากเป็นอันดับ 1 ยิ่งอายุเพิ่มความหมองคล้ำบนใบหน้าก็ยิ่งเพิ่มตามไปด้วย หลาย ๆ คลินิกจึงมีวิธีที่ช่วยให้ใบหน้ากลับมาขาวใสขึ้นอีกครั้งด้วยการทำหน้าทั้งแบบมาเด้ เมโส ไซโตแคร์ และหากใครที่อยากลองทำ แต่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่รู้ว่าตัวไหนมีข้อดีอย่างไร เราจะพาไปดู มาดูกันเลย
- โพสเมื่อ 14/01/2020
เคล็ดไม่ลับฉบับสาวออฟฟิศ ทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีโทรม
ความสวยเป็นสิ่งที่สาว ๆคนไหนก็ต้องการทั้งนั้น โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่ต้องต่อสู้กับสภาพแวดล้อมมากมาย เช่น แดด ลม ฝน หรือแม้แต่ความเครียด ฯลฯ จนบางครั้งก็ทำให้ใบหน้าห่อเหี่ยว หมองคล้ำ มีริ้วรอย ไม่เต่งตึงเหมือนก่อน ครั้นจะให้มาส์กหน้า ทำสวยหลังเลิกงานก็คงไม่ไหว แถมไม่รู้ต้องทำอีกนานแค่ไหนถึงจะสวย แต่รับรองว่าวันนี้ปัญหาทุกอย่างของสาวออฟฟิศจะหมดไป ด้วยเทคนิคขั้นเทพสวยใสแบบเร่งด่วน
- โพสเมื่อ 14/01/2020