ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาลดอาการใต้ตาดำ ปลอดภัยได้ผลจริง | LBCClinic.com
คำถามที่พบบ่อย?
ปิดหน้าต่างนี้
เบอร์ติดต่อ
0923918811
เวลา เปิด-ปิด
เปิดทุกวัน : 12:00-20:00

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาลดอาการใต้ตาดำ ปลอดภัยได้ผลจริง

- โพสเมื่อ 12/08/2020


         ในแต่ละวันที่สาว ๆ หลายคนต้องมานั่งแต่งหน้าลงเมคอัพอยู่หน้ากระจก เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็มักจะหยิบยกเอาคอนซีลเลอร์คู่ใจมาใช้กลบรอยคล้ำใต้ตาด้วยทุกวัน เพราะปัญหาใต้ตาคล้ำนี้เป็นปัญหายอดฮิตที่พบได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ ทำให้หน้าตาดูโทรม หม่นหมอง ไม่สดใส อีกทั้งทำให้การแต่งหน้าในแต่ละวันก็ยิ่งยากขึ้นด้วย   จริง ๆ แล้วปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่ได้เกิดเพียงเพราะว่านอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอแบบที่ใครหลายคนคิดเสมอไป ในครั้งนี้เราก็จะมาดูกันว่าทำไมคนเราถึงใต้ตาคล้ำดำ แล้ววิธีไหนบ้างที่จะช่วยกอบกู้ความสวยให้กลับมาอยู่กับเราไปได้นานๆ 

Lbc Clinic แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ


ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไรบ้างนะ? 

ใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์หรือลักษณะการใช้ชีวิตก็ตาม เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ใต้ตาคล้ำมีดังนี้

- อายุ เป็นปัจจัยแรกอย่างที่ได้กล่าวไป ว่าเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ชั้นหนังกำพร้าของเราก็จะบางลงไปเรื่อยๆ ทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังถูกเห็นชัดเจนขึ้น รวมถึงความหย่อนคล้อยก็จะยิ่งทำให้ใต้ตาคล้ำสังเกตได้ง่ายขึ้น การผลิตคอลลาเจนที่ลดลงก็มีส่วนทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวไม่สดใสอย่างเคย

- ฮอร์โมน นอกจากอายุแล้วฮอร์โมนก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้และมีผลทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายจนเห็นว่าใต้ตาคล้ำได้ชัด

- การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ มาถึงปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนใต้ตาคล้ำหมองเป็นหมีแพนด้า นั่นก็คือการพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก จนทำให้เกิดเป็นความเครียดสะสม บอกเลยว่าแม้ร่างกายใครหลายคนจะอดนอนเพื่อทำสิ่งต่างๆ ได้ แต่ร่างกายจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะใต้ตาที่คล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากผิวหนังที่ซีดเพราะไม่ได้รับการพักผ่อน 

- กรรมพันธุ์ ที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นเป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ใต้ตาคล้ำได้ รวมถึงโรคประจำตัวหลายๆ อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ก็มีส่วนทำให้ใต้ตาคล้ำได้


แก้ใต้ตาคล้ำ


วิธีแก้อาการใต้ตาคล้ำอย่างง่าย  

แม้ว่าจะมีปัจจัยมากมายที่ทำให้ใต้ตาคล้ำ แต่ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงหัตถการต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือและถูกวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ 

1. ถุงชาร้อน

เริ่มต้นที่อย่างแรกด้วยวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้านอย่างการนำถุงชาร้อนที่ชงเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้จนอุ่น จากนั้นก็นำมาประคบใต้ดวงตาประมาณ 10-15 นาที สารแทนนินที่อยู่ในใบชาก็จะช่วยทำให้ใต้ตาคล้ำหมองดูสดใสขึ้นได้ง่ายๆ อีกทั้งยังช่วยลดอาการตาบวมได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามหากใช้วิธีนี้ก็ควรจะทำเป็นประจำเพื่อให้เห็นผล


2. ทาครีมบำรุง

สำหรับใครที่มาสายสกินแคร์ ในปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์ก็ได้มีการพัฒนาสูตรอายครีมลดรอยคล้ำใต้ดวงตาออกมาเป็นอย่างดี โดยการใช้อายครีมก็ง่ายแสนง่าย เพียงใช้อายุครีมปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว ค่อย ๆ ปาดจากหัวตาไปหางตาเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ใต้ตาคล้ำของเพื่อนๆ กระจ่างใสขึ้น โดยเนื้ออายครีมก็มีหลายแบบด้วยกันทั้งเนื้อครีมและเนื้อเจล แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ชอบการทาบำรุงเป็นกิจวัตร


3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยให้บริเวณใต้ตามีความเต่งตึง อิ่มน้ำ ลดความดำคล้ำช่วยให้ใบหน้าดูสดใสยิ่งขึ้น การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปใต้ผิวหนัง ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากเป็นสารเติมเต็มตามธรรมชาติ 

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็คือตัวสารสามารถย่อยสลายเองได้ ระยะเวลาในการทำไม่นาน สามารถกู้คืนบริเวณใต้ตาให้กลับมาสดใสได้อีกครั้งโดยไม่ต้องผ่าตัด นอกจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยในเรื่องใต้ตาคล้ำแล้ว ยังเด่นในการช่วยกลบริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นได้อย่างดี มีความเป็นธรรมชาติสูง ดูเนียนไปกับส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ทำการฉีดสารใด ๆ เมื่อทำการเติมฟิลเตอร์ใต้ตาเสร็จแล้วเพียงดูแลตัวเองดี ๆ ไม่ต้องพักฟื้นก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เหมาะกับผู้ที่มีร่องใต้ตาลึก แม้ว่าสารที่ฉีดจะสลายได้เองแต่ก็สามารถอยู่ได้นานถึง 8-12 เดือนเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับปริมาณและเทคนิคที่แพทย์ใช้ เรียกว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้เวลาในการทำน้อย คุ้มค่าและเหมาะสำหรับชีวิตที่ต้องการความเร่งรีบเป็นอย่างมาก


4. ฉีดไซโตแคร์

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยชีวิตของคนใต้ตาคล้ำได้ก็คือการฉีดไซโตแคร์ ชื่อแปลก ๆ แต่บอกเลยว่าได้รับความนิยมไม่แพ้ใคร เพราะมีส่วนช่วยทำให้ใต้ตาคล้ำน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ไซโตแคร์นั้นเป็นสารอีกตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง แม้ว่าจะมีสาร Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ แต่ไซโตแคร์นั้นยังมีสารอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีกเช่นกรดอะมิโนเปปไทด์ วิตามิน กรดนิวคลิอิกและสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งอาหารผิวอีกมากมายที่ถูกสกัดมาจากธรรมชาติเน้น ๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไซโตแคร์แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีดไซโตแคร์ใต้ตาและร่องแก้มที่นอกจากจะช่วยทำให้ใต้ตาคล้ำลดลงแล้ว ก็ยังทำให้ผิวกระจ่างใสดูมีออร่ากว่าที่เคย เนื่องจากสารดังกล่าวจะช่วยสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวเร่งในการขจัดเซลล์ผิวที่เสียจากการเกิดสิวบนใบหน้า ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไซโตแคร์จะช่วยเข้าไปรักษาสมดุลภายในผิวหนังเห็นผลภายใน 5-7 วัน อย่างไรก็ตามการฉีดไซโตแคร์บริเวณร่องแก้มและใต้ตาจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น จากนั้นจะต้องทำการฉีดใหม่อีกครั้ง


เพราะฉะนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและฉีดไซโตแคร์จึงมีความเหมาะสมกับแต่ละคนแตกต่างกันไป และสุดท้ายนี้ถึงแม้ว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยทำให้ใต้ตาของเรากลับมาสดใสเปล่งปลั่งได้ตามปกติ แต่การดูแลตัวเองจากภายใน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้ได้ตามปริมาณที่ควรจะเป็น ก็ยังเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญและขาดไม่ได้ ควรทำควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน



รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา 


แสดงความคิดเห็น
บทความอื่นๆ
LBC Clinic ติด Top 10 ยอดซื้อ Restylane ทั้งประเทศ
รางวัลการันตี Top10 Premium Clinic 1 ใน 10 คลินิกที่มียอดสั่งซื้อฟิลเลอร์ Restylane มากที่สุดในประเทศไทย ปี 2020
- โพสเมื่อ 22/06/2021
5 วิธี "ทำคุณใส" ให้ผิวสวย
ใครๆก็อยากมี “ผิวสวยออร่า ดูสุขภาพดี” เพราะการมีผิวที่ดีสามารถเพิ่มเสน่ห์ของผู้หญิงให้น่าดึงดูด ใครเห็นเป็นต้องมองในความสวย แถมยังประหยัดเวลาไม่ต้องเสียเวลานั่งแต่งหน้านานๆ
- โพสเมื่อ 27/05/2021
โบทอกริ้วรอย ฉีดส่วนไหนบนหน้าได้บ้าง?
อัน “ตีนกา” มักมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เป็นสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องเจอแน่นอนเมื่อมีอายุมากขึ้น ริ้วรอยพวกนี้จะบ่งบอกถึงความชราของคุณ บางคนมีอายุยังไม่มากแต่ด้วยความที่ชอบแสดงสีหน้า ก็มักจะเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้เช่นกัน การที่จะลดริ้วรอยที่ไวที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น โบทอก นั่นเองค่ะ เพราะเป็นวิธีคืนความอ่อนเยาว์ที่เห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นและราคาไม่แพง โดยไม่ต้องมาคอยทาครีมและรอนานกว่าจะเห็นผลชัดเจน
- โพสเมื่อ 03/05/2021
เป็นสิวเรื้อรัง หน้าเริ่มพัง ทำยังไงดี ?!!
เป็นสิวเรื้อรัง ปัญหาผิวหน้าที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ยิ่งทาครีมยิ่งขึ้น ยิ่งแต้มสิวก็ยิ่งขึ้นเยอะกว่าเดิม
- โพสเมื่อ 29/04/2021