ร่องแก้มที่ลึก เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุเกินจริง และถึงแม้การเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้มจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่รู้สึกลังเลใจที่จะเติมเพราะกังวลว่าฉีดแล้วจะไหล หน้าจะแข็ง ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ หรือได้ยินข่าวเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนจนไม่กล้าตัดสินใจ
ใครที่กลัวเรื่องพวกนี้อยู่ ลบความเชื่อผิด ๆ นั้นทิ้งไปได้เลยค่ะ เพราะความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากโปรแกรมฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและเทคนิคการฉีดของแพทย์ร่วมด้วย ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดเราลองมาดู 4 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นกัน

4 เรื่องต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเติมฟิลเลอร์ร่องแก้ม
1. ร่องแก้มลึก ไม่ได้เกิดจากผิวเหี่ยวย่นเพียงอย่างเดียว
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าร่องแก้มเกิดจากผิวหนังชั้นบนเหี่ยว แต่ความจริงแล้วสาเหตุของร่องแก้มแบ่งออกเป็นหลายปัจจัย คือ
การยุบตัวของกระดูก : เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกบริเวณใต้ตาและโหนกแก้มจะค่อย ๆ ยุบตัวลง ทำให้เนื้อแก้มด้านบนทรุดลงมากองอยู่ที่ร่องแก้ม เป็นต้น
เอ็นยึดผิวหนังเสื่อมสภาพ : เมื่อผิวภายในเริ่มมีความเสื่อมลง ก็จะทำให้ไขมันบริเวณแก้มคล้อยต่ำลงมาจนเกิดเป็นร่องข้างแก้มได้
การยิ้มหรือแสดงอารมณ์บ่อย ๆ : พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลเช่นกัน เพราะการยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงอารมณ์ อาจทำให้กล้ามเนื้อดึงรั้งจนกลายเป็นริ้วรอยลึกได้
Tip : แต่หากเป็นกรณีที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูก การเติมโปรแกรมฟิลเลอร์แค่ตรงร่องแก้มอย่างเดียวอาจไม่พอ แพทย์อาจต้องฉีดหนุนบริเวณโหนกแก้มหรือหน้าแก้มเพื่อยกกระชับโครงหน้าขึ้นร่วมด้วย
กว่าเดิม
2. ฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล
คำถามยอดฮิตที่ทุกคนอยากรู้ คือปริมาณการเติมฟิลเลอร์ต้องมีเท่าไหน ขึ้นอยู่กับระดับความลึกและโครงสร้างหน้าของแต่ละบุคคลยังไงบ้าง วันนี้ LBC เราขมวดมาให้อ่านแบบเข้าใจง่าย ดังนี้
- ร่องแก้มตื้น – ปานกลาง มักเริ่มต้นประมาณ 1-2 CC รวมสองข้าง หรือประมาณ
ข้างละ 0.5-1 CC ทั้งนี้ปริมาณจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ได้ตามลักษณะใบหน้า โดยในกลุ่มที่ร่องไม่ได้เกิดจากการยุบตัวของโครงสร้างมาก การเติมในปริมาณพอเหมาะจะสามารถช่วยให้เส้นร่องดูตื้นลง ใบหน้าดูอิ่มและสดใสขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเติมจนร่องหายไป 100%
- ร่องแก้มลึก เห็นชัดแม้ไม่แสดงสีหน้า บางเคสอาจต้องใช้ประมาณ 2-4 CC
รวมสองข้าง โดยแพทย์อาจไม่ได้วางสารเติมเต็มทั้งหมดลงบนตัวร่องแก้ม แต่จะพิจารณาเติมบริเวณที่เป็นต้นเหตุร่วมด้วย เช่น บริเวณแก้มหรือโครงสร้างส่วนกลางของใบหน้า
เพราะในบางคนปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากการสูญเสีย Volume และการเปลี่ยนแปลงของ Midface ร่วมกัน ดังนั้นการเพิ่มซัพพอร์ตในชั้นลึกจะสามารถช่วยลดเงาและแรงดึงที่ทำให้ร่องดูเด่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเติมโปรแกรมฟิลเลอร์จำนวนมากลงบนร่องโดยตรงนั่นเอง
ทำไมบางคนใช้ 1 CC ก็เห็นผล แต่บางคน 3-4 CC ก็ยังไม่พอ ?
เพราะปริมาณของสารเติมเต็มไม่ได้ถือเป็นผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่าง หากร่องแก้มคือเงาที่เกิดขึ้นบนใบหน้าและต้นเหตุของเงาเกิดจากแก้มด้านบนยุบตัว การเติมเฉพาะเส้นเงาอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด นั่นจึงทำให้สิ่งที่แพทย์ต้องประเมินจึงมีหลายองค์ประกอบ เช่น
ความลึกของร่องแก้ม
ร่องที่เห็นเฉพาะตอนยิ้มกับร่องที่เห็นชัดในขณะที่ทำหน้านิ่ง ๆ ถือเป็นคนละระดับของปัญหา และอาจต้องใช้แผนการทำหัตถการที่แตกต่างกัน
Volume ของแก้มและส่วนกลางของใบหน้า
หากแก้มส่วนกลางมีการยุบตัวหรือขาด Volume ร่องแก้มอาจดูเด่นขึ้น การเติมซัพพอร์ตบริเวณส่วนกลางใบหน้าในบางเคสจึงสามารถช่วยให้ร่องดูลดลงได้โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณสารเติมเต็มลงบนร่องมากจนเกินไป
โครงสร้างกระดูกใบหน้า
รูปทรงกระดูกบริเวณแก้มและขากรรไกรมีผลต่อการรองรับเนื้อเยื่อด้านบน หากมีการยุบตัวกว่าปกติ กรณีนี้แพทย์อาจต้องวางแผนแก้ไขเชิงโครงสร้างร่วมด้วย
ความยืดหยุ่นของผิวและการเคลื่อนไหวของใบหน้า
ร่องแก้มเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งจากการพูด ยิ้ม และแสดงสีหน้า ทำให้ส่งผลกระทบต่อความยืนหยุ่นแบบระยะยาวได้ ดังนั้นการเลือกชนิดและคุณสมบัติของโปรแกรมฟิลเลอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญและควรต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละเคสเป็นหลักตามสภาพผิว
3. ยี่ห้อและโมเลกุลของโปรแกรมฟิลเลอร์มีผลแค่ไหน
ร่องแก้มเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวสูงมาก ทั้งเวลาพูด หัวเราะ หรือเคี้ยวอาหาร ดังนั้นโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้จึงไม่ควรมีความแข็งกระด้างที่มากเกินไป แนะนำควรเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงและคงตัวได้ดี เพื่อให้ผลลัพ์กลืนไปกับชั้นผิวได้อย่างเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นก้อนในภายหลัง โดยยี่ห้อที่ LBC Clinic แนะนำคือ
💙 โปรแกรม Restylane เนื้อละเอียดกลืนกับผิวได้ดี ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึก ดีไซน์รูปหน้า และเพิ่มความละมุนให้ใบหน้าสวยนาน 8-12 เดือน
🩵 โปรแกรม Juvederm เนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นดี ช่วยเติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการปรับสัดส่วนรูปหน้าและเติมเต็มจุดต่าง ๆ สวยนาน 12-18 เดือน
💚 โปรแกรม e.p.t.q. เนื้อเรียบเนียน กระจายตัวดี ช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มฟูรับกันแบบพอดี สวยนาน 6-8 เดือน
🖤 โปรแกรม Neuramis เนื้อคงตัวปั้นทรงได้ดี เหมาะกับการเติมคาง หรือปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วนดูเป็นธรรมชาติ สวยนาน 8-12 เดือน
4. ปรึกษาคุณหมอยังไงให้ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการ
ช่วงเวลาที่เข้าพบคุณหมอ แนะนำว่าควรให้คุณหมอวิเคราะห์ใบหน้าและภาพรวมแบบเคสต่อเคส โดยสามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้นไปปรึกษาเพิ่มเติมได้ ดังนี้
- แจ้งประวัติการทำหน้า : เคยฉีดอะไรมาบ้าง สารระเหย สารคงทน หรือเคยร้อยไหมมาหรือไม่
- บอกความต้องการชัดเจน : เช่น อยากให้ร่องดูตื้นขึ้น แต่ยังอยากให้ยิ้มแล้วมีร่องนิด ๆ ตามธรรมชาติ ไม่ต้องการให้หน้าตึงจนดูแปลกตา เป็นต้น
- เช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ก่อนฉีดเสมอ : คลินิกที่ดีและได้มาตรฐานจะแกะกล่องหรือไซริงค์ให้ดูต่อหน้า และให้เรานำกล่องหรือคิวอาร์โค้ดกลับบ้านไปตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้

ข้อดีของการเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้มแบบถูกจุด
การเติมร่องแก้มไม่ได้เป็นแค่การถมร่องให้เต็ม แต่คือการเปลี่ยนมิติของใบหน้าส่วนกลางทั้งหมด โดยผลลัพธ์ที่จะได้คือ
- เปลี่ยนหน้าโทรมให้แลดูอ่อนเยาว์ : ร่องแก้มที่ตื้นขึ้นจะช่วยลดเงามืดบนใบหน้า ทำให้หน้าดูสว่าง สดใส และแลดูอ่อนเยาว์ในแบบที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในเวลาไม่นาน
- ช่วยยกกระชับแก้มที่ห้อยคล้อย : เทคนิคการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ชั้นลึก สามารถช่วยพยุงเอ็นยึดผิวและช่วยดึงแก้มที่ตกให้ยกขึ้นได้
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน : สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณร่องแก้มดูอิ่มฟูและมีสุขภาพดี
- ปรับมิติใบหน้าให้ได้สัดส่วน : ช่วยแก้ปัญหาหน้าแบนหรือช่วงกลางหน้าที่ดูยุบตัวลง ให้กลับมาดูมีมิติ ได้รูป และทำให้ใบหน้าโดยรวมดูหวานละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- แต่งหน้าง่ายขึ้น ผิวดูเนียนกริบ : หมดปัญหาแป้งตกร่อง รองพื้นเป็นคราบตรงมุมปาก และไม่ต้องคอยทาคอนซีลเลอร์เพื่อกลบเงาช่วงร่องแก้มอีกต่อไป
เคล็ดลับดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ให้เข้าที่ไว อยู่ได้นาน
หลังเติมร่องแก้มให้ฟูรับกับใบหน้าแล้ว รู้ไหมคะว่าการดูแลตัวเองหลังฉีดร่องแก้มก็มีผลในระยะยาวเช่นกัน เพื่อให้สารเติมเต็มเซตตัวได้ทรงที่สวยพอดี LBC ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ห้ามกด นวด หรือบีบแรง ๆ บริเวณที่ฉีด : เพราะในช่วง 14 วันแรก โปรแกรมฟิลเลอร์จะกำลังอยู่ในช่วงเซตตัว การไปจับหรือนวดแรง ๆ อาจทำให้เกิดการเคลื่อนผิดตำแหน่งได้
- หลีกเลี่ยงความร้อนสะสม : แนะนำเลี่ยงการเข้าซาวน่า การทำเลเซอร์ร้อนลงชั้นผิว รวมถึงการนั่งกินชาบู หมูกระทะ หน้าเตาร้อน ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์สลายตัวไวขึ้น * ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ : โมเลกุลของโปรแกรมฟิลเลอร์คือ Hyaluronic Acid ซึ่งสารตัวนี้จะชอบน้ำมาก ทำให้การดื่มน้ำวันละ 2 – 2.5 ลิตร สามารถช่วยให้โปรแกรมฟิลเลอร์ดูดซับน้ำอุ้มน้ำได้ดี ฟูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้นนั่นเอง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 3 – 7 วันหลังทำหัตถการ เพื่อลดอาการบวมรอยเข็มและป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อตามมา
สรุป
การเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เป็นหัตถการที่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด หากเลือกใช้ตัวที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการก็สามารถช่วยลดเลือนร่องแก้มลึก คืนความอิ่มฟูให้ใบหน้า และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการแนะนำควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และให้คุณหมอประเมินความต้องการแบบเคสต่อเคสนะคะ ให้ LBC Clinic เป็นตัวช่วยเรื่องความสวยของคุณ สอบถามรายละเอียดการเติมโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมทักแชทปรึกษาแอดมินได้เลย
ปรึกษาปัญหาแบบส่วนตัวกับ LBC CLINIC
แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Line : @lbcclinic
หรือดูข้อมูลโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ lbc-clinic.com


โทรเลย
Add Line





โปรแกรมงานผิว