เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ 10.00 – 22.00 น.
สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 10.30 – 21.30 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

โปรแกรมงานผิว

Key Takeaways 

Skin Booster คือหัตถการฟื้นฟูคุณภาพผิวที่เน้นเติมความชุ่มชื้น ปรับผิวแลดูอิ่มฟู และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เน้นดีไซน์รูปหน้า หรือเมโสหน้าใสที่เน้นการบำรุงระยะสั้น 

สำหรับการเลือกชนิดตัวยา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเติมน้ำ (HA) กลุ่มซ่อมแซมเซลล์ผิว (PN/PDRN) หรือกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ควรได้รับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ร่วมกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ มักส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำ และขาดความยืดหยุ่น ซึ่งการทาครีมบำรุงทั่วไปอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู ทำให้การทำหัตถการดูแลงานผิวอย่าง Skin Booster กลายเป็นตัวช่วยที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการฟื้นบำรุงผิวให้แลดูอิ่มน้ำและเรียบเนียน

สำหรับใครที่อยากดูแลผิวแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร LBC Clinic รวบรวมข้อมูลการฉีด Skin Booster ไว้ให้แล้ว เพื่อให้คุณเลือกโปรแกรมที่สอดคล้องกับปัญหาผิวได้อย่างเหมาะสม

Skin Booster คืออะไร ฉีดแล้วผิวดีขึ้นจริงไหม ?

Skin Booster คือ โปรแกรมการดูแลผิวหน้าด้วยการส่งผ่านสารบำรุง สารสกัด วิตามิน หรือสารเติมเต็มชนิดพิเศษเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวแลดูชุ่มชื้น กระจ่างใส อิ่มฟู และดูสุขภาพดีอย่างเป็นขั้นตอน ถือเป็นตัวเลือกสำหรับการดูแลผิวพรรณอย่างล้ำลึกเมื่อเทียบกับการทาสกินแคร์ทั่วไป

Skin Booster ทำงานอย่างไรกับผิว ?

เมื่อฉีดสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ตัวยาจะเข้าไปเติมความชุ่มชื้นในชั้นผิวโดยตรง เช่น สารกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จะช่วยให้ผิวแลดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางชนิดยังมีสารกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แลดูแน่นกระชับขึ้นตามธรรมชาติในระยะยาว

Skin Booster ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ เมโสหน้าใส  Biostimulator และ Hybrid Filler อย่างไร ?

ความแตกต่างสำคัญของแต่ละหัตถการอยู่ที่ “วัตถุประสงค์ของการดูแลผิว” และ “กลไกการทำงานของตัวยา” ดังนี้

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ : เน้นดีไซน์รูปหน้า เติมวอลูม หรือเติมร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ขมับ หรือคาง โดยใช้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด ชนิดเนื้อแน่นคงตัว ช่วยดันชั้นผิวที่ตอบหรือเป็นร่องให้แลดูเต็มขึ้น
  • เมโสหน้าใส : เป็นการฉีดวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวกลาง ช่วยลดความหมองคล้ำ ลดเลือนรอยสิว และปรับผิวให้แลดูสดใสขึ้น เหมาะกับการดูแลผิวในระยะสั้นถึงปานกลาง
  • Biostimulator : เป็นกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ตัวยาจะไม่เน้นการขึ้นรูปหรือเติมวอลูมเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ แต่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ให้ผิวแลดูแน่น เรียบเนียน และยืดหยุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • Hybrid Filler : โปรแกรมฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่รวม 2 คุณสมบัติไว้ด้วยกัน คือช่วยเติมเต็มปรับมิติใบหน้า ควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อฟื้นฟูให้ผิวแลดูแน่นกระชับและชุ่มชื้นขึ้นไปพร้อมกัน

Skin Booster มีอะไรบ้าง ? 

หากกำลังสงสัยว่า Skin Booster มีอะไรบ้าง ในแวดวงหัตถการความงามปัจจุบันได้แบ่งประเภทตามชนิดของสารบำรุงหลัก ๆ ดังนี้ 

กลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA-based)

เน้นการเติมน้ำและเพิ่มความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้ชั้นผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด ช่วยปรับให้ผิวแลดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และเนียนนุ่ม เช่น PROFHILO หรือ Neauvia Hydro Deluxe

กลุ่ม Polynucleotide (PN / PDRN)

เน้นการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิว ด้วยสารสกัดชีวโมเลกุลจากดีเอ็นเอที่มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) เหมาะสำหรับผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย หรือผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องรูขุมขน เช่น Rejuran

กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator / PLLA / PDLLA / CaHA)

เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระยะยาว โดยเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และปรับคุณภาพผิวให้แลดูแน่นกระชับ เช่น โปรแกรม Juvelook, โปรแกรม Radiesse หรือโปรแกรม Sculptra

กลุ่มวิตามินและสารอาหารผิว (Poly-revitalizing)

เน้นการฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า ด้วยการรวมวิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และกรดนิวคลิอิกหลากชนิด เข้าไปช่วยบำรุงผิวหมองคล้ำจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเผชิญมลภาวะ ให้กลับมาแลดูสดใสและมีสุขภาพดี เช่น CHANEL NCTF หรือสูตรบำรุงผิวเฉพาะทาง

โปรแกรมงานผิว Skin Booster เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ค่อยติด
  • ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ดูอ่อนล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเผชิญมลภาวะ
  • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ รูขุมขนกว้าง หรือผิวดูไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นบำรุงผิวให้แลดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

Skin Booster ตัวไหนดี ? เลือกให้เหมาะกับปัญหาผิว

การพิจารณาว่าควรเลือก Skin Booster ตัวไหนดี ควรได้รับการประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการเสมอ เพื่อคัดสรรสูตรยาและเทคนิคที่สอดคล้องกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล โดยมีแนวทางการเลือกเบื้องต้น ดังนี้ 

เน้นผิวดูฉ่ำวาว เติมความชุ่มชื้น

เหมาะกับตัวยาที่มีไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ความเข้มข้นสูง ช่วยเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ และแต่งหน้าไม่ติด เช่น โปรแกรม PROFHILO หรือ โปรแกรม Neauvia Hydro Deluxe

เน้นฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย และดูแลรูขุมขน

เหมาะกับกลุ่ม Polynucleotide (PN / PDRN) สารสกัดจากดีเอ็นเอที่มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยเข้าซ่อมแซมเซลล์ผิว เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง ช่วยให้รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวอ่อนแอและเป็นสิวง่าย เช่น โปรแกรม Rejuran

เน้นความแน่นกระชับ และลดเลือนริ้วรอยตื้น

เหมาะกับกลุ่ม Biostimulator หรือ Hybrid Filler ที่เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แลดูแน่น ยืดหยุ่น และเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว เช่น โปรแกรม Juvelook, โปรแกรม Radiesse หรือ โปรแกรม Sculptra

Skin Booster ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?

การฉีด Skin Booster สามารถทำได้ในบริเวณที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น หรือเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ ดังนี้

  • ใบหน้าทั่วทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น แก้ม หน้าผาก ร่องแก้ม หรือผิวบริเวณรอบดวงตา 
  • บริเวณลำคอและเนินอก
  • หลังมือ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวย่น แห้งกร้าน หรือขาดความยืดหยุ่น

Skin Booster ฉีดกี่ครั้ง เห็นผลเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน ?

โดยทั่วไป แพทย์แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้งในช่วงแรก โดยเว้นระยะห่างทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นสามารถฉีดดูแลซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนานขึ้น

โดยส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตเห็นความชุ่มชื้นได้ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ส่วนผลลัพธ์จะอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดตัวยา สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ

Skin Booster ราคาเท่าไร ? 

Skin Booster แต่ละโปรแกรมมีราคาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ยี่ห้อและประเทศผู้ผลิต : ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะมีมาตรฐานคุณภาพและโครงสร้างราคาที่ชัดเจน
  • ชนิดของสารสำคัญ : สารบำรุงแต่ละประเภทมีนวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่ต่างกัน โดยกลุ่ม Biostimulator หรือ Hybrid Filler มักมีราคาสูงกว่ากลุ่มวิตามินบำรุงผิวทั่วไป
  • ปริมาณที่ใช้ (ยูนิตหรือซีซี) : จำนวนยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่บริเวณที่ทำ และระดับปัญหาผิวเฉพาะบุคคลตามการประเมินของแพทย์

ใครไม่ควรฉีด Skin Booster 

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารประกอบในตัวยา ยาชา หรือเคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis)
  • สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบขึ้นรุนแรง แผลเปิด ผื่นแพ้ หรือมีการติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะทำการฉีด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด วิตามินอี น้ำมันปลา โดยควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำหัตถการทุกครั้ง

วิธีดูแลตัวเองก่อนฉีด Skin Booster

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายและผิวให้อยู่ในสภาวะพร้อมรับการบำรุง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้สารกลุ่ม HA กระจายตัวและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงรับประทานยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือด อย่างน้อย 7 วันก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Skin Booster และข้อห้ามสำคัญ

การปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีด Skin Booster อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดีและเข้าฟื้นฟูผิวได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ กด นวด หรือถูแรง ๆ บริเวณจุดที่ฉีด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, เรตินอล หรือสารช่วยผลัดเซลล์ผิว อย่างน้อย 3 วัน
  • ดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น เพื่อช่วยให้ตัวยาดูดซับความชุ่มชื้นและเติมเต็มชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ การเลเซอร์ความร้อน รวมถึงการออกกำลังกายหนัก เป็นเวลา 3-7 วัน

หลังฉีดโปรแกรม Skin Booster อาการแบบไหนควรติดต่อแพทย์ทันที ?

โดยทั่วไปหลังฉีดอาจพบรอยเข็ม หรือตุ่มนูนเล็ก ๆ ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบลงตามธรรมชาติ แต่หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผิวบริเวณที่ฉีดมีสีเปลี่ยนไปเป็นสีขาวหรือคล้ำผิดปกติ มีความร้อนสะสม หรือมีหนอง ควรรีบติดต่อคลินิกหรือแจ้งแพทย์ผู้ดูแลทันที เพื่อเข้ารับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม 

เลือกฉีด Skin Booster ที่ไหนดี ? เช็กลิสต์เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

สำหรับผู้ที่สนใจบำรุงผิวด้วยโปรแกรม Skin Booster สามารถใช้เช็กลิสต์ดังต่อไปนี้ในการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานได้เลย

  • สถานพยาบาลเปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบกิจการและแสดงป้ายทะเบียนอย่างชัดเจน
  • ดูแลโดยแพทย์ มีการประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
  • ตรวจสอบตัวยาได้ต่อหน้า ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง สามารถแกะกล่อง ตรวจสอบเลข Lot Number และสแกน QR Code 
  • มีระบบติดตามผล มีช่องทางติดต่อที่สะดวก ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด และมีการติดตามผลหลังทำอย่างต่อเนื่อง

ฉีด Skin Booster ตัวไหนดี ? ปรึกษาแพทย์ฟรีที่ LBC Clinic

ไม่ว่าจะกังวลเรื่องผิวแห้งขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง หรือผิวดูหมองคล้ำอ่อนล้า การฉีด Skin Booster ให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนสม่ำเสมอนั้น เริ่มต้นจากการเลือกชนิดตัวยาให้สอดคล้องกับโครงสร้างผิวเฉพาะบุคคล

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่สงสัยว่า ฉีดหน้าใสที่ไหนดี ? หรือต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นขั้นตอน LBC Clinic พร้อมให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด สามารถจองคิวนัดหมาย นัดวันเข้าพบแพทย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official: @lbcclinic โทร  02-102-1282 หรือเข้ารับบริการได้ที่สาขาใกล้บ้านคุณ

  1. สาขาพระรามเก้า
  2. สาขาสยามสแควร์วัน
  3. สาขา เอ็มควอเทียร์ (Emquartier) ชั้น 4
  4. สาขา เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Injectable “Skin Boosters” in Aging Skin Rejuvenation: A Current Overview. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11560330/
  2. From Polydeoxyribonucleotides (PDRNs) to Polynucleotides (PNs): Bridging the Gap Between Scientific Definitions, Molecular Insights, and Clinical Applications of Multifunctional Biomolecules. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11764130/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด Skin Booster บำรุงผิว(FAQs)

Q: Skin Booster ฉีดร่วมกับโปรแกรมโบทอกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ไหม ?

A: สามารถวางแผนทำร่วมกันได้ตามการประเมินของแพทย์ เนื่องจากแต่ละหัตถการมีวัตถุประสงค์ต่างกัน โดย Skin Booster เน้นคุณภาพงานผิว โปรแกรมโบทอกซ์ช่วยเรื่องริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และโปรแกรมฟิลเลอร์เน้นปรับสัดส่วนใบหน้า ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้จัดลำดับการทำหัตถการอย่างเหมาะสม

Q: หลังฉีด Skin Booster สามารถแต่งหน้าได้เมื่อไร ?

A: ควรรอให้รอยเข็มหรืออาการระคายเคืองลดลงก่อน โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงเว้นการแต่งหน้าหนาและการถูผิวหน้าแรง ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำเพื่อลดการระคายเคือง

Q: ฉีด Skin Booster แล้วมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ปกติไหม ?

A: อาการตุ่มนูน รอยแดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณจุดฉีดเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในระยะแรก และจะค่อย ๆ ยุบตัวลงตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หากพบอาการปวด บวม แดง หรือร้อนผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

Q: คนเป็นสิวง่ายฉีด Skin Booster ได้หรือไม่ ?

A: ผู้ที่เป็นสิวง่ายควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อน หากยังมีสิวอักเสบรุนแรงหรือแผลติดเชื้อบริเวณใบหน้า ควรรักษาให้ดีขึ้นก่อนทำหัตถการ

Q: Skin Booster เหมาะกับผู้ชายหรือไม่ ?

A: เหมาะสมกับทุกเพศที่มีความกังวลเรื่องผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง หรือผิวดูโทรม โดยแพทย์จะพิจารณาการดูแลจากสภาพผิวและปัญหาจริงเป็นหลัก

ขอบคุณที่ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

แอดมินจะรีบติดตอกลับโดยเร็ว