เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
สาขาเซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ 10.00 – 22.00 น.
สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 10.30 – 21.30 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

เลือกเครื่องยกกระชับตัวไหนดี และแต่ละเครื่องต่างกันอย่างไร ?

Key Takeaways

โปรแกรมกระชับผิวหน้าเป็นทางเลือกยอดนิยมในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดเหนียง และการยกกระชับรูปหน้าโดย ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมหรือใช้เวลาพักฟื้น ปัจจุบันเครื่องยกกระชับหน้าจะแบ่งเป็น 2 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี Ultrasound เช่นโปรแกรม Hifu, โปรแกรม Ultraformer III, โปรแกรม HIFU Ultramax 7D ที่เน้นส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยดึงผิวที่ตกและปรับกรอบหน้าให้คมชัด และเทคโนโลยี Radio Frequency (RF) อย่างการทำ โปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX ที่เน้นลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์ม นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมผสมผสานอย่างโปรแกรม UltraGio ที่รวบรวมทั้งสองพลังงานเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยหลังทำจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลังรับบริการ และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ในช่วง 1-3 เดือน ซึ่งผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

Table of Contents

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างผิวและคอลลาเจนใต้ชั้นผิวจะเริ่มเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน มีปัญหาแก้มย้อยหรือเหนียงใต้คาง การดูแลผิวด้วยครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่อยู่ในชั้นผิวลึก การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยดูแล จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

นวัตกรรมเครื่องยกกระชับหน้าในปัจจุบันมีกี่แบบ ? 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น การเลือกทำโปรแกรมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ด้านความงามถือเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามประเภทของพลังงาน ได้แก่ 

  • เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) 
  • เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radio Frequency หรือ RF) 

เทียบความต่างเทคโนโลยี Ultrasound VS Radio Frequency

หากต้องการเจาะลึกว่าเครื่องยกกระชับหน้ามีกี่แบบ จะพบว่าปัจจุบันวงการแพทย์ได้พัฒนานวัตกรรมออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวในแต่ละบริเวณตั้งแต่ต้นเหตุ โดยสามารถจัดกลุ่มเทคโนโลยีตามหลักการส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว ซึ่งเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับในคลินิกความงามชั้นนำ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

1. นวัตกรรมพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (Ultrasound)

เทคโนโลยีนี้จะส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ หรือชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อพลังงานส่งไปถึงชั้น SMAS จะเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวถูกดึงรั้งและยกกระชับขึ้นจากภายใน ช่วยให้กรอบหน้าคมชัด และลดความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Ultraformer ถือเป็นเทคโนโลยีกลุ่มอัลตราซาวนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีหัวยิงหลายระดับความลึก สามารถปรับใช้ให้เหมาะกับชั้นผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งที่ LBC Clinic มีบริการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Ultraformer ทั้งแบบ HifuUltraformer III ที่ครอบคลุมทุกปัญหาความหย่อนคล้อย รวมไปถึงโปรแกรม HIFU Ultramax 7Dที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผิวเริ่มย้วยในราคาที่เข้าถึงง่าย 

2. นวัตกรรมพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency – RF)

เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุส่งผ่านความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous) ความร้อนที่เกิดขึ้นจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยฟื้นฟูผิวให้มีความแน่นกระชับ รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยตื้นขึ้น และยังมีส่วนช่วยลดไขมันสะสมบริเวณใบหน้าได้อีกด้วย  

หากต้องการเน้นงานผิวที่กระชับเนียนละเอียด การยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Oligio เป็นหนึ่งในนวัตกรรมคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) แบบใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะจุดเด่นของการทำโปรแกรม Oligio คือเครื่องจะมาพร้อมระบบทำความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง สบายผิวมากขึ้นในขณะที่รับบริการ และสำหรับเทคโนโลยีล่าสุดอย่างโปรแกรม OligioXจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านพลังงานได้รวดเร็วและครอบคลุมกว่าเดิม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาไขมันช่วงแก้มเยอะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรเลือกเครื่องยกกระชับหน้าแบบไหนดีและเลือกอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิว ?

สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยว่าควรเลือกทำเครื่องยกกระชับตัวไหนดี เบื้องต้นสามารถประเมินความเหมาะสมได้จากลักษณะปัญหาผิวที่คุณกำลังกังวลใจ ดังนี้ 

  • Ultrasound (โปรแกรม Ultraformer III) : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าตก ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ต้องการเน้นกรอบหน้าให้เป็นวีเชป คมชัด และมีไขมันบนใบหน้าไม่มากนัก
  • RF (โปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม OligioX) : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลวม ไม่กระชับ มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงค่อนข้างมาก ต้องการลดไขมันส่วนเกินพร้อมกับทำให้ผิวดูแน่นเฟิร์ม รูขุมขนกระชับ
  • ผสานสองพลังงาน : สำหรับผู้ที่มีทั้งปัญหาความหย่อนคล้อยและไขมันสะสม การทำนวัตกรรมแบบผสมผสานระหว่างเครื่อง Ultraformer และ Oligio อย่างโปรแกรม UltraGioจะช่วยยกระดับผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ครอบคลุมทุกมิติของชั้นผิว ทั้งหน้ายกและไขมันยุบในคราวเดียว

หน้าดูใหญ่จากผิวหย่อนหรือไขมันสะสม ? ทำไมต้องแยกก่อนเลือกเครื่อง

ปัญหาใบหน้าดูใหญ่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวเสมอไป บางครั้งอาจเกิดจากความหย่อนคล้อย หรือเกิดจากไขมันสะสมซึ่งแนวทางการดูแลจะแตกต่างกัน หากความหย่อนคล้อยเป็นปัญหาหลัก ควรใช้กลุ่ม Ultrasound แต่หากไขมันแก้มและเหนียงเด่นร่วมกับผิวหลวม ควรใช้กลุ่ม RF การแยกปัญหาให้ชัดเจนก่อนจึงช่วยให้รู้ว่าควรเลือกเครื่องยกกระชับหน้าแบบไหนดีที่ช่วยให้การรักษาเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ 

อยากกระชับผิวหน้าแบบไหน ? เลือกแนวทางให้ตรงปัญหา

หากกำลังหาข้อมูลว่าเครื่องยกกระชับหน้ามีกี่แบบ และควรเริ่มต้นเลือกจากตรงไหน ต้องบอกก่อนว่าสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การเลือกเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ลองมาเช็กเบื้องต้นกันว่า ลักษณะความหย่อนคล้อยที่คุณกำลังกังวล เหมาะกับแนวทางการรักษาแบบใด 

ปัญหาแนวทางโปรแกรมที่แนะนำแพทย์ประเมิน
กรอบหน้าไม่ชัด ผิวหย่อนคล้อยUltrasoundHifu Ultraformer III หรือ HIFU Ultramax 7Dประเมินระดับความหย่อนคล้อยและวางตำแหน่งช็อตให้รับกับรูปหน้า
แก้มเยอะ มีเหนียง ผิวไม่กระชับMonopolar RFOligio หรือ Oligio Xประเมินปริมาณไขมัน ความแน่นของผิว และจุดที่ต้องการลดสัดส่วน
ผิวหย่อนคล้อยร่วมกับมีไขมันสะสมการผสาน Ultrasound และ RFUltraGioออกแบบลำดับการทำหัตถการและสัดส่วนพลังงานให้ครอบคลุมทุกชั้นผิว
ผิวเริ่มขาดความตึงกระชับในระยะแรกประเมินตามสภาพปัญหาจริงHIFU Ultramax 7D หรือโปรแกรมตามที่แพทย์ประเมินประเมินระดับปัญหาเริ่มแรกเพื่อเลือกเครื่องมือที่คุ้มค่า

หมายเหตุ: แต่ละบุคคลมีความหนาของชั้นผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมควรผ่านการประเมินโดยแพทย์เท่านั้น

ก่อนเลือกเครื่องยกกระชับผิวหน้า แพทย์ประเมินอะไรบ้าง ? 

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย การประเมินสภาพผิวโดยแพทย์คือขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะทำการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก ๆ ของใบหน้า ดังนี้

  • โครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อย : ประเมินทิศทางการตกของผิวตามแรงโน้มถ่วง เพื่อหาจุดที่ควรเน้นยิงพลังงานให้กรอบหน้ากลับมาดูคมชัด
  • ความหนาแน่นของชั้นผิว : ตรวจเช็กคุณภาพผิวว่ามีความหลวมหรือยืดหยุ่นมากน้อยเพียงใด เพื่อคำนวณจำนวนช็อตและระดับความลึกของพลังงานที่เหมาะสม
  • ปริมาณไขมันสะสม : ประเมินปริมาณเนื้อแก้มและเหนียงใต้คาง เพื่อตัดสินใจว่าควรเลือกใช้เครื่องมือที่เน้นลดไขมันร่วมด้วยหรือไม่ 
  • ความกังวลและจุดที่อยากเน้นเป็นพิเศษ : รับฟังความต้องการและผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพื่อออกแบบรูปหน้าให้ออกมาเป็นธรรมชาติและเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย
  • ประวัติสุขภาพและหัตถการก่อนหน้า : สอบถามประวัติโรคประจำตัว รวมถึงประวัติการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ ร้อยไหม หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ เพื่อวางแผนลำดับการรักษาได้อย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อกัน

จุดเด่นของโปรแกรมเครื่องกระชับผิวหน้าที่ LBC Clinic 

LBC Clinic คัดสรรเทคโนโลยียกกระชับหน้าเพื่อรองรับทุกปัญหาหลัก ไม่ว่าจะผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสม ให้คุณมั่นใจด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ดูแลอย่างใกล้ชิดให้ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเฉพาะบุคคล หากกำลังหาข้อมูลว่าเครื่องยกกระชับหน้ามีกี่แบบลองเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละโปรแกรมก่อนตัดสินใจได้ดังนี้  

โปรแกรมเทคโนโลยีและรายละเอียดการทำงานจุดเด่นที่ช่วยแก้ปัญหาระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์*
Hifu Ultraformer IIIเทคโนโลยี MMFU ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) เกิดการหดตัวและดึงรั้งผิวจากภายใน ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าคมชัด ลดเหนียง และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ประมาณ 6-8 เดือน
HIFU Ultramax 7Dนวัตกรรมคลื่นเสียงที่ออกแบบมาเพื่อดูแลชั้นผิวอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผิวเริ่มย้วย หรือมีสัญญาณความหย่อนคล้อยแรกเริ่ม ดึงผิวให้ดูตึงขึ้น ประมาณ 6-8 เดือน
Oligioเทคโนโลยี Monopolar RF ส่งความร้อนสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ลดปริมาณไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง กระชับผิวหลวมให้ดูแน่นเฟิร์ม รูขุมขนกระชับ ประมาณ 6-12 เดือน
Oligio Xนวัตกรรม Monopolar RF รุ่นอัปเกรด กระจายพลังงานเร็วและครอบคลุม พร้อมระบบ Cooling System ปล่อยพลังงานดีขึ้น เจ็บน้อยลง สบายผิว เหมาะกับผู้ที่มีไขมันแก้มเยอะ ต้องการความกระชับขั้นสุด ประมาณ 6-12 เดือน
UltraGio(Ultraformer + Oligio)ผสาน 2 พลังงานชั้นนำ ทั้ง Ultrasound และ RF กระชับผิวชั้นหนังแท้และสลายไขมันดูแลปัญหาครอบคลุม ยกโครงหน้าจากชั้นลึก ลดไขมันส่วนเกิน และปรับผิวให้ดูแน่นเฟิร์ม ประมาณ 6-12 เดือน

หมายเหตุ: ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตอบสนอง สภาพผิว และการดูแลของแต่ละบุคคล 

หลังทำเครื่องยกกระชับ ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละช่วง ? 

ผลลัพธ์จากเครื่องยกกระชับจะไม่ได้เห็นผลเต็มที่ในทันที แต่พลังงานจะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นกระชับขึ้นตามธรรมชาติ โดยแบ่งระยะการเปลี่ยนแปลงได้ 3 ช่วงหลัก ดังนี้

  • หลังทำทันที : จะรู้สึกถึงความตึงกระชับ และจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลังรับบริการ
  • ช่วง 1-3 เดือน (คอลลาเจนฟื้นตัว) : คอลลาเจนสร้างใหม่เต็มที่ ผิวแน่นฟู กรอบหน้าชัดขึ้น เป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
  • ช่วง 6-12 เดือน (ระยะคงสภาพ) : ผลลัพธ์ความกระชับจะยังคงอยู่ แนะนำให้บำรุงผิวและทากันแดดสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ทำไมต้องเลือกทำโปรแกรมยกกระชับใบหน้า ที่ LBC Clinic ?

ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐานคือสิ่งที่ LBC Clinic ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทุกขั้นตอนดำเนินการและดูแลโดยแพทย์ด้านหัตถการความงามโดยเฉพาะ พร้อมวางแผนวิเคราะห์โครงหน้า และประเมินจำนวนช็อตพลังงานที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ ทางคลินิกยังเลือกใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานทุกเครื่อง นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน สำหรับใครที่ยังลังเลและตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเครื่องยกกระชับตัวไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล หรือพิจารณาข้อมูลหัตถการอื่น ๆ พร้อมดูรีวิวยกกระชับจากลูกค้าจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจในการดูแลผิวพรรณได้ที่นี่ 

สอบถามโปรโมชันและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ lbc-clinic.com หรือโทร: 02-102-1282 และสามารถจองคิวพร้อมส่งรูปให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ LINE Official: @lbcclinic พบกันได้ที่ 4 สาขาพร้อมให้บริการใกล้คุณ

  1. สาขาพระรามเก้า 
  2. สาขาสยามสแควร์วัน 
  3. สาขา เอ็มควอเทียร์ (Emquartier) ชั้น 4 
  4. สาขา เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ชั้น 2

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า (FAQs)

Q: ทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้าเจ็บไหม ?

A: ก่อนรับบริการจะมีการทายาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกในเบื้องต้น ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาให้ปล่อยพลังงานได้แม่นยำและนุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะการทำ Oligio และโปรแกรม OligioX ที่มีระบบ Cooling System ช่วยส่งความเย็นปกป้องผิว จึงรู้สึกเพียงอุ่น ๆ หรือหน่วงลึก ๆ ใต้ชั้นผิวในระดับที่ทนได้สบาย

Q: ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำหรือไม่ ?

A: การทำโปรแกรมยกกระชับไม่ต้องอาศัยการพักฟื้น หลังทำอาจมีรอยแดงเรื่อ ๆ เล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

Q: ผลลัพธ์จากการทำจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

A: ระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือก สภาพผิวเดิม และการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปการกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Ultraformer หรือกลุ่มคลื่นวิทยุ RF จะคงผลลัพธ์ความตึงกระชับได้นานประมาณ 6-12 เดือน แนะนำให้ทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสภาพผิวให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง 

*หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Q: ต้องทำไปนานเท่าไรจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ?

A: หลังทำทันทีจะรู้สึกถึงความตึงกระชับที่เปลี่ยนแปลงไปประมาณ 10-20% จากนั้นพลังงานจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นผลลัพธ์การกระชับผิวหน้าที่ชัดเจนและเต็มประสิทธิภาพในช่วง 1-3 เดือน

Q: ผู้ชายสามารถทำโปรแกรมยกกระชับได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำได้อย่างแน่นอน ปัจจุบันโปรแกรมยกกระชับเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ชาย เพราะช่วยลดเหนียง ปรับกรอบหน้าให้คมชัด และแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ดี โดยยังคงโครงหน้าเดิมให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา

Q: เครื่องยกกระชับหน้าช่วยลดเหนียงได้ไหม ?

A: สามารถช่วยลดเหนียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่สงสัยว่าควรเลือกเครื่องยกกระชับหน้าแบบไหนดีที่ช่วยจัดการกับเหนียง แนะนำให้แพทย์ประเมินสาเหตุก่อน หากเป็นเหนียงที่เกิดจากไขมันสะสมร่วมกับผิวหลวม การเลือกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Oligio หรือ Oligio X จะตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน

Q: ทำเครื่องยกกระชับหน้าแล้วแต่งหน้าได้เมื่อไร ?

A: สามารถแต่งหน้าและทาครีมบำรุงได้ทันทีหลังทำเสร็จ เนื่องจากไม่มีแผลเปิดบนผิวหน้า แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ในกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เพื่อลดความเสี่ยงในการระคายเคือง

Q: หากเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบท็อกซ์ สามารถทำเครื่องยกกระชับได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรเว้นระยะเวลาหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ควรแจ้งประวัติการทำหัตถการให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนและปรับระดับพลังงานได้อย่างปลอดภัย

Q: ต้องทำเครื่องยกกระชับซ้ำทุกปีหรือไม่ ?

A: แนะนำให้ทำซ้ำทุก ๆ 6-12 เดือน เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่ยังลังเลว่าควรเลือกเครื่องยกกระชับตัวไหนดี แพทย์จะช่วยประเมินสภาพผิวและวางแผนระยะเวลาติดตามผลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

สรุปบล็อกนี้

แพทย์ประจำ LBC Clinic ใส่ใจประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติเหมาะกับแต่ละบุคคล

บทความอื่นๆ

โปรโมชันบัตรเครดิตผ่อน 0% นาน 10 เดือน
สนับสนุนความสวย ด้วยโปรโมชันบัตรเครดิต
โพสเมื่อ 02/24/2022 8:02pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
หลอนกว่าทุกปี! Halloween นี้ LBC แจกตั๋วบ้านผีสิง THE GHOST
ลูกสาว LBC เตรียมกรี๊ด แจกจริงไม่หลอก มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท
โพสเมื่อ 10/22/2024 1:21pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
ทำสวยไม่ง้อบัตรเครดิต รวมแอปผ่อนสุดฮิตที่ LBC CLINIC ผ่อน 0% ได้จริง
สวยแบบไม่ต้องใช้เงินสด! รวมลิสต์แอปผ่อนยอดฮิตที่ LBC CLINIC สำหรับผ่อนคลินิกความงามไม่ใช้บัตรเครดิต ทั้ง Pay Next Extra, Atome, Thisshop, SPayLater และ Ulite พร้อมโปรผ่อน 0% นานสูงสุด 15 เดือน
โพสเมื่อ 02/20/2026 2:22pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }
Collaju’s Day  ที่ LBC เปย์โปร 2 แถม 1! พร้อมแจกกระเป๋า หมอนลิมิเต็ด
Collaju’s Day ครั้งนี้จัดขึ้นที่ LBC CLINIC เพราะยอดซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแบรนด์ต้องมาจัดโปรพิเศษ 2 แถม 1 พร้อมของแถมลิมิเต็ด ทั้งกระเป๋าและหมอน ให้ลูกค้ารับความคุ้มค่าแบบเต็มขั้น
โพสเมื่อ 12/03/2025 5:34pm
.forcecover{ background-size: cover !important; background-position: 50% 50% !important; }

ขอบคุณที่ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

แอดมินจะรีบติดตอกลับโดยเร็ว