เมื่อพูดถึงการ “ยกกระชับหน้า” หลายคนมักจะนึกถึงการทำรูปหน้าให้เรียวเล็กหรือกรอบหน้าชัดเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมคะว่าจริง ๆ แล้วปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากคอลลาเจนและเนื้อเยื่อพยุงผิวด้านในที่เสื่อมสภาพลงตามวัยจนทำให้ผิวชั้นบนสูญเสียความยืดหยุ่น ย้วย คล้อย และดูไม่กระชับเหมือนเดิม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยียกกระชับในปัจจุบันถึงมีกลไกการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสองโปรแกรมยอดฮิตอย่างโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III ที่ใช้พลังงานคนละรูปแบบและเน้นแก้ปัญหาในชั้นผิวที่ต่างกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ตอบโจทย์สภาพผิวคนละแบบ ดังนั้นคีย์เวิร์ดสำคัญของการมีผิวกระชับสวยไม่ใช่การเลือกเครื่องที่พลังงานแรงที่สุด แต่คือการเลือกเทคโนโลยีที่ใช่และแก้ปัญหาผิวของเราได้ถูกจุดที่สุดต่างหาก
Table of Contents
- ยกกระชับหน้าให้เห็นผล ต้องรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นไหน
- โปรแกรมยกกระชับหน้า Oligio vs Ultraformer III
- รวมความต่างของโปรแกรม Oligio vs Ultraformer III
- ควรเลือกทำเครื่องไหนให้ตอบโจทย์ที่สุด ?
- ทำโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III พร้อมกันได้ไหม ?
- โปรแกรม UltraGio คู่ยกกระชับมาแรงที่ LBC Clinic
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
ยกกระชับหน้าให้เห็นผล ต้องรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นไหน
โครงสร้างผิวหน้าของคนเราประกอบไปด้วยหลายชั้นและแต่ละชั้นก็มีหน้าที่แตกต่างกัน เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้นบางคนอาจเริ่มจากคุณภาพผิวภายนอกที่ดูโทรมลง ในขณะที่บางคนเจอปัญหาโครงสร้างผิวข้างในที่หย่อนคล้อยจนทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนไป ดังนั้นการเข้าใจปัญหาผิวของตัวเองจึงเป็นสเต็ปแรกที่สำคัญเป็นอย่างมาก

เจาะลึกการทำงานของ 3 ชั้นผิว
1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ผิวชั้นนอกสุดที่กำหนดความเรียบเนียน ความกระจ่างใส และโทนสีผิวของเรา ถ้าผิวชั้นนี้เริ่มเสื่อมสภาพ เราจะสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ว่าผิวดูหมองคล้ำ รูขุมขนกว้างขึ้น หรือผิวดูไม่เรียบเนียน
2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นศูนย์รวมของ คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ที่ทำหน้าที่เหมือนตาข่ายสปริงคอยพยุงผิวให้แน่น เด้ง และยืดหยุ่น เมื่อไหร่ที่คอลลาเจนในชั้นนี้ลดลง ผิวจะเริ่มสูญเสียความเฟิร์ม เกิดริ้วรอยตื้น ๆ และดูไม่อิ่มฟูเหมือนเดิม
3. ชั้นเนื้อเยื่อพยุงผิว (SMAS) ชั้นที่อยู่ลึกที่สุดและเป็นไฮไลท์ของการยกกระชับ เป็นชั้นพังผืดเนื้อเยื่อที่โอบอุ้มและพยุงโครงหน้าทั้งหมดเอาไว้ หรือเรียกว่าเป็นชั้นเดียวกับที่คุณหมอใช้ผ่าตัดดึงหน้านั่นเอง หากชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย ต่อให้ผิวชั้นบนจะดีแค่ไหนก็จะเริ่มเห็นแก้มห้อย เห็นเหนียง หรือกรอบหน้าไม่คมชัดได้
เพราะพื้นผิวแต่ละชั้นมีหน้าที่ต่างกัน นั่นจึงทำให้เทคโนโลยีโปรแกรมยกกระชับหน้าถูกออกแบบให้ทำงานในระดับที่แตกต่างกันเช่นกัน
โปรแกรมยกกระชับหน้า Oligio vs Ultraformer III
โปรแกรม Oligio ลดไขมันพร้อมยกกระชับลึกถึงชั้นคอลลาเจน
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยวที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน โดยมีจุดเด่นหลักในการช่วยลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า พร้อมกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวและสร้างขึ้นใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้าเกิดการยกกระชับ แก้มและเหนียงที่หย่อนคล้อยดูเรียบตึงขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย
และนอกจากจะช่วยปรับหน้าให้เรียวสวยและกรอบหน้าชัดขึ้นจากการลดไขมันแล้ว โปรแกรมนี้ยังช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น อิ่มฟู และรูขุมขนแลดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย มีเหนียง หรือผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น โดยตัวเครื่องมีระบบความเย็นและเซนเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำและไม่เจ็บผิวขณะทำ
โปรแกรม Ultraformer III ยกกระชับโครงหน้าจากชั้น SMAS
โปรแกรม Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงไปยังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อพลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่กำหนดจะเกิดจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการหดตัวของโครงสร้างพร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ
ผลลัพธ์ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยจะถูกยกกระชับขึ้น ร่องแก้มดูตื้นลง และกรอบหน้าดูคมได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดดึงหน้า โปรแกรม Ultraformer III จึงตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าหย่อนคล้อย ผิวหน้าเริ่มตกตามวัย หรือต้องการให้หน้าดูเรียววีเชพมากยิ่งขึ้น
รวมความต่างของโปรแกรม Oligio vs Ultraformer III
แม้ทั้งสองเทคโนโลยีจะอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกขณะทำ ผลลัพธ์ ระยะเวลา และความคุ้มค่า
ความเจ็บขณะทำ
- โปรแกรม Oligio : ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว เจ็บน้อยมาก และมีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนทำให้รู้สึกสบายระหว่างทำ เหมาะกับคนที่ค่อนข้างกลัวเจ็บ
- โปรแกรม Ultraformer III : จะรู้สึกจี๊ดลึกหรือปวดหน่วงในชั้น SMAS โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและเหนียง ความรู้สึกชัดกว่าโปรแกรม Oligio แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถทนได้
ผลลัพธ์หลังทำ
- โปรแกรม Oligio : เน้นลดไขมันพร้อมยกกระชับ ทำให้ผิวแน่น ฟู เรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง และผิวดูสดใสขึ้น
- โปรแกรม Ultraformer III : เน้นการยกกระชับโครงหน้า ช่วยให้กรอบหน้าคมขึ้น แก้มยกและเหนียงลดลง
ระยะเวลาผลลัพธ์
- โปรแกรม Oligio : ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
- โปรแกรม Ultraformer III : อยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน และในบางรายสามารถยาวได้ถึง 1 ปี
ราคาและความคุ้มค่า
- โปรแกรม Oligio : ราคาค่อนข้างสูงกว่า คิดตามจำนวนช็อต เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
- โปรแกรม Ultraformer III : ยืดหยุ่นกว่า สามารถเลือกจำนวนช็อตได้ ทำให้ควบคุมงบประมาณได้ง่าย เหมาะกับการเริ่มต้นหรือทำเฉพาะจุด
| หัวข้อ | Oligio | Ultraformer III |
| ชั้นผิวที่ทำงาน | Dermis | SMAS |
| เทคโนโลยี | Monopolar RF | Focused Ultrasound |
| จุดเด่น | สลายไขมันพร้อมยกกระชับ | ยกกระชับโครงหน้า |
| เหมาะกับ | มีไขมัน ผิวไม่กระชับ | แก้มตก เหนียงเยอะ กรอบหน้าไม่ชัด |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | อุ่น สบาย | จี๊ดเป็นบางจุด |
| เริ่มเห็นผล | เห็นผลหลังทำ 20-30% และเห็นผลเต็มที่ ใน 2-4 สัปดาห์ | เห็นผลหลังทำ 20-30% และเห็นผลเต็มที่ ใน 1-3 เดือน |
| ผลลัพธ์โดยเฉลี่ย | 6-12 เดือน | 6-8 เดือน |

ควรเลือกทำเครื่องไหนให้ตอบโจทย์ที่สุด ?
เลือกโปรแกรม Oligio
ถ้าปัญหาส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่งานผิว หากช่วงนี้รู้สึกว่าผิวเริ่มนิ่ม ๆ ไขมันเยอะ ไม่แน่นกระชับ รูขุมขนกว้าง ผิวดูโทรมหรือแต่งหน้าไม่ค่อยติดเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้เกิดจากคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลดลง การทำโปรแกรม Oligio จะตอบโจทย์มากกว่าเพราะจะเข้าไปฟื้นฟูความแน่น ความยืดหยุ่น และความอิ่มฟูจากชั้น Dermis โดยตรงให้ผิวกลับมาฉ่ำเด้งอีกครั้ง
เลือกโปรแกรม Ultraformer III
ถ้าปัญหาส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่รูปหน้า ถ้าส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าเริ่มคล้อย แก้มตก มุมปากห้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีเหนียงโผล่มาทั้ง ๆ ที่ผิวชั้นบนยังดูเรียบเนียนดีอยู่ สาเหตุหลักอาจมาจากชั้นโครงสร้างลึก (SMAS) ที่เริ่มหย่อนตามแรงโน้มถ่วง ในเคสนี้โปรแกรม Ultraformer III จะสามารถช่วยล็อกกรอบหน้าและยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกได้ถูกจุดกว่าอย่างชัดเจน
ทำโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III พร้อมกันได้ไหม ?
สำหรับใครที่มีปัญหาผิวมากกว่าหนึ่งระดับ ทั้งในแง่ของคุุณภาพผิวและความหย่อนคล้อยของโครงหน้า การทำโปรแกรม Oligio ร่วมกับ Ultraformer III สามารถทำพร้อมกันได้เลยค่ะและถือเป็นแนวทางการกู้ผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย เนื่องจากทั้งสองเทคโนโลยีนี้เลือกทำงานในคนละชั้นผิวอย่างชัดเจน และมีกลไกการปล่อยพลังงานที่ไม่ทับซ้อนกัน
โดยโปรแกรม Ultraformer III จะเน้นยิงพลังงานลงลึกเพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก (SMAS) ให้กรอบหน้าคมชัด ส่วนโปรแกรม Oligio จะเน้นกระจายความร้อนฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อปลุกคอลลาเจนให้ผิวแน่นอิ่มฟู การผสานพลังของสองเครื่องนี้จึงช่วยเสริมการทำงานของกันและกันได้อย่างลงตัว เมื่อเลือกทำคู่กันผลลัพธ์ที่ได้จึงช่วยปรับปรุงได้ทั้งคุณภาพผิวภายนอกและช่วยพยุงโครงหน้าด้านในให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใส ผิวเด้งอิ่มน้ำ และดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์แบบสวยครบในคอร์สเดียว

โปรแกรม UltraGio คู่ยกกระชับมาแรงที่ LBC Clinic
สำหรับคนที่ต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและความกระชับของโครงหน้า LBC Clinic เรามีโปรแกรมซัพพอร์ตความต้องการอย่างโปรแกรม UltraGio ซึ่งผสานโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III ไว้ในเซ็ตเดียวเพื่อช่วยให้การฟื้นฟูชั้นผิวครอบคลุมในทุกระดับ
| โปรแกรม | รายละเอียด | ราคา |
| Basic | Oligio 100 Shots + Ultraformer III 50 Shots | 5,490 บาท |
| Medium | Oligio 100 Shots + Ultraformer III 200 Shots | 9,490 บาท |
| Full | Oligio 200 Shots + Ultraformer III 200 Shots | 9,990 บาท |
* จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้การรักษาเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : หลังทำหัตถการยกกระชับต้องพักฟื้นหรือไม่?
A : ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องหยุดพัก สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที อาจมีอาการผิวแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะค่อย ๆ หายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง
Q : เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่?
A : สำหรับโปรแกรม Oligio จะเริ่มสังเกตได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ ส่วนโปรแกรม Ultraformer III อาจเห็นการยกขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงแรกและจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-3 เดือน ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
Q : ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
A : โดยเฉลี่ยผลลัพธ์จะคงอยู่ราว 6-12 เดือน ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ การดูแลหลังทำ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคน
Q : ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้?
A : ผู้ที่มีอุปกรณ์กระตุ้นหัวใจฝังในร่างกาย สตรีตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลเปิดการติดเชื้อ หรือการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่จะทำ ควรหลีกเลี่ยงหรือเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมก่อนทำ
สรุป
การเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าไม่ควรพิจารณาจากชื่อเครื่องหรือความแรงของพลังงานเพียงอย่างเดียวแต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่โครงสร้างระดับไหน ซึ่งในหลายกรณีปัญหาผิวทั้งสองระดับมักเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้นการดูแลแบบผสมผสานจึงถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ที่สมดุลกว่า
พร้อมหรือยังที่จะล็อกความสวยและเสกกรอบหน้าละมุน ไม่ว่าคุณจะเป็นทีมโปรแกรม Oligio เน้นงานผิวแน่นฟู ลดแก้ม หรือทีมโปรแกรม Ultraformer III เน้นกรอบหน้าให้ดูชัด ก็สามารถเข้ามาปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้า ได้ที่ LBC Clinic คุณหมอของเราพร้อมประเมินรูปหน้าและสภาพผิวแบบเคสต่อเคส เพื่อแนะนำเครื่องและหัตถการที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับคุณนะคะ
ปรึกษาปัญหาแบบส่วนตัวกับ LBC CLINIC
แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Line : @lbcclinic
หรือดูข้อมูลโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ lbc-clinic.com


โทรเลย
Add Line




โปรแกรมงานผิว