เบอร์ติดต่อ
02-102-1282
Instagram
เวลา เปิด-ปิด
สาขาพระรามเก้า 10.30 – 21.00 น.
สาขาสยาม 10.30 – 21.00 น.
สาขาสุขุมวิท39 10.30 – 20.00 น.
สาขาเอ็มควอเทียร์ 10.30 – 21.00 น.
จองคิวเลย
โทรเลย
Add Line

ศึกยกกระชับ! เทียบชัดโปรแกรม Oligio vs Ultraformer III เหมาะกับผิวแบบไหน?

เมื่อพูดถึงการ “ยกกระชับหน้า” หลายคนมักจะนึกถึงการทำรูปหน้าให้เรียวเล็กหรือกรอบหน้าชัดเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมคะว่าจริง ๆ แล้วปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากคอลลาเจนและเนื้อเยื่อพยุงผิวด้านในที่เสื่อมสภาพลงตามวัยจนทำให้ผิวชั้นบนสูญเสียความยืดหยุ่น ย้วย คล้อย และดูไม่กระชับเหมือนเดิม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยียกกระชับในปัจจุบันถึงมีกลไกการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสองโปรแกรมยอดฮิตอย่างโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III ที่ใช้พลังงานคนละรูปแบบและเน้นแก้ปัญหาในชั้นผิวที่ต่างกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ตอบโจทย์สภาพผิวคนละแบบ ดังนั้นคีย์เวิร์ดสำคัญของการมีผิวกระชับสวยไม่ใช่การเลือกเครื่องที่พลังงานแรงที่สุด แต่คือการเลือกเทคโนโลยีที่ใช่และแก้ปัญหาผิวของเราได้ถูกจุดที่สุดต่างหาก

ยกกระชับหน้าให้เห็นผล ต้องรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นไหน

โครงสร้างผิวหน้าของคนเราประกอบไปด้วยหลายชั้นและแต่ละชั้นก็มีหน้าที่แตกต่างกัน เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้นบางคนอาจเริ่มจากคุณภาพผิวภายนอกที่ดูโทรมลง ในขณะที่บางคนเจอปัญหาโครงสร้างผิวข้างในที่หย่อนคล้อยจนทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนไป ดังนั้นการเข้าใจปัญหาผิวของตัวเองจึงเป็นสเต็ปแรกที่สำคัญเป็นอย่างมาก

เจาะลึกการทำงานของ 3 ชั้นผิว

1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ผิวชั้นนอกสุดที่กำหนดความเรียบเนียน ความกระจ่างใส และโทนสีผิวของเรา ถ้าผิวชั้นนี้เริ่มเสื่อมสภาพ เราจะสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ว่าผิวดูหมองคล้ำ รูขุมขนกว้างขึ้น หรือผิวดูไม่เรียบเนียน

2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นศูนย์รวมของ คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ที่ทำหน้าที่เหมือนตาข่ายสปริงคอยพยุงผิวให้แน่น เด้ง และยืดหยุ่น เมื่อไหร่ที่คอลลาเจนในชั้นนี้ลดลง ผิวจะเริ่มสูญเสียความเฟิร์ม เกิดริ้วรอยตื้น ๆ และดูไม่อิ่มฟูเหมือนเดิม

3. ชั้นเนื้อเยื่อพยุงผิว (SMAS) ชั้นที่อยู่ลึกที่สุดและเป็นไฮไลท์ของการยกกระชับ เป็นชั้นพังผืดเนื้อเยื่อที่โอบอุ้มและพยุงโครงหน้าทั้งหมดเอาไว้ หรือเรียกว่าเป็นชั้นเดียวกับที่คุณหมอใช้ผ่าตัดดึงหน้านั่นเอง หากชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย ต่อให้ผิวชั้นบนจะดีแค่ไหนก็จะเริ่มเห็นแก้มห้อย เห็นเหนียง หรือกรอบหน้าไม่คมชัดได้

เพราะพื้นผิวแต่ละชั้นมีหน้าที่ต่างกัน นั่นจึงทำให้เทคโนโลยีโปรแกรมยกกระชับหน้าถูกออกแบบให้ทำงานในระดับที่แตกต่างกันเช่นกัน

โปรแกรมยกกระชับหน้า Oligio vs Ultraformer III

โปรแกรม Oligio ลดไขมันพร้อมยกกระชับลึกถึงชั้นคอลลาเจน

โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยวที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน โดยมีจุดเด่นหลักในการช่วยลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า พร้อมกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวและสร้างขึ้นใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้าเกิดการยกกระชับ แก้มและเหนียงที่หย่อนคล้อยดูเรียบตึงขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย

และนอกจากจะช่วยปรับหน้าให้เรียวสวยและกรอบหน้าชัดขึ้นจากการลดไขมันแล้ว โปรแกรมนี้ยังช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น อิ่มฟู และรูขุมขนแลดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย มีเหนียง หรือผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น โดยตัวเครื่องมีระบบความเย็นและเซนเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำและไม่เจ็บผิวขณะทำ

โปรแกรม Ultraformer III ยกกระชับโครงหน้าจากชั้น SMAS

โปรแกรม Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงไปยังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อพลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่กำหนดจะเกิดจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการหดตัวของโครงสร้างพร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ

ผลลัพธ์ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยจะถูกยกกระชับขึ้น ร่องแก้มดูตื้นลง และกรอบหน้าดูคมได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดดึงหน้า โปรแกรม Ultraformer III จึงตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าหย่อนคล้อย ผิวหน้าเริ่มตกตามวัย หรือต้องการให้หน้าดูเรียววีเชพมากยิ่งขึ้น

รวมความต่างของโปรแกรม Oligio vs Ultraformer III

แม้ทั้งสองเทคโนโลยีจะอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกขณะทำ ผลลัพธ์ ระยะเวลา และความคุ้มค่า

ความเจ็บขณะทำ

  • โปรแกรม Oligio : ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว เจ็บน้อยมาก และมีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนทำให้รู้สึกสบายระหว่างทำ เหมาะกับคนที่ค่อนข้างกลัวเจ็บ
  • โปรแกรม Ultraformer III : จะรู้สึกจี๊ดลึกหรือปวดหน่วงในชั้น SMAS โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและเหนียง ความรู้สึกชัดกว่าโปรแกรม Oligio แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถทนได้

ผลลัพธ์หลังทำ

  • โปรแกรม Oligio : เน้นลดไขมันพร้อมยกกระชับ ทำให้ผิวแน่น ฟู เรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง และผิวดูสดใสขึ้น
  • โปรแกรม Ultraformer III : เน้นการยกกระชับโครงหน้า ช่วยให้กรอบหน้าคมขึ้น แก้มยกและเหนียงลดลง

ระยะเวลาผลลัพธ์

  • โปรแกรม Oligio : ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
  • โปรแกรม Ultraformer III : อยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน และในบางรายสามารถยาวได้ถึง 1 ปี

ราคาและความคุ้มค่า

  • โปรแกรม Oligio : ราคาค่อนข้างสูงกว่า คิดตามจำนวนช็อต เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
  • โปรแกรม Ultraformer III : ยืดหยุ่นกว่า สามารถเลือกจำนวนช็อตได้ ทำให้ควบคุมงบประมาณได้ง่าย เหมาะกับการเริ่มต้นหรือทำเฉพาะจุด

หัวข้อOligioUltraformer III
ชั้นผิวที่ทำงานDermisSMAS
เทคโนโลยีMonopolar RFFocused Ultrasound
จุดเด่นสลายไขมันพร้อมยกกระชับยกกระชับโครงหน้า
เหมาะกับมีไขมัน ผิวไม่กระชับแก้มตก เหนียงเยอะ กรอบหน้าไม่ชัด
ความรู้สึกระหว่างทำอุ่น สบายจี๊ดเป็นบางจุด
เริ่มเห็นผลเห็นผลหลังทำ 20-30% และเห็นผลเต็มที่ ใน 2-4 สัปดาห์เห็นผลหลังทำ 20-30% และเห็นผลเต็มที่ ใน 1-3 เดือน
ผลลัพธ์โดยเฉลี่ย6-12 เดือน6-8 เดือน

ควรเลือกทำเครื่องไหนให้ตอบโจทย์ที่สุด ?

เลือกโปรแกรม Oligio

ถ้าปัญหาส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่งานผิว หากช่วงนี้รู้สึกว่าผิวเริ่มนิ่ม ๆ ไขมันเยอะ ไม่แน่นกระชับ รูขุมขนกว้าง ผิวดูโทรมหรือแต่งหน้าไม่ค่อยติดเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้เกิดจากคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลดลง การทำโปรแกรม Oligio จะตอบโจทย์มากกว่าเพราะจะเข้าไปฟื้นฟูความแน่น ความยืดหยุ่น และความอิ่มฟูจากชั้น Dermis โดยตรงให้ผิวกลับมาฉ่ำเด้งอีกครั้ง

เลือกโปรแกรม Ultraformer III

ถ้าปัญหาส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่รูปหน้า ถ้าส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าเริ่มคล้อย แก้มตก มุมปากห้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีเหนียงโผล่มาทั้ง ๆ ที่ผิวชั้นบนยังดูเรียบเนียนดีอยู่ สาเหตุหลักอาจมาจากชั้นโครงสร้างลึก (SMAS) ที่เริ่มหย่อนตามแรงโน้มถ่วง ในเคสนี้โปรแกรม Ultraformer III จะสามารถช่วยล็อกกรอบหน้าและยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกได้ถูกจุดกว่าอย่างชัดเจน

ทำโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III พร้อมกันได้ไหม ?

สำหรับใครที่มีปัญหาผิวมากกว่าหนึ่งระดับ ทั้งในแง่ของคุุณภาพผิวและความหย่อนคล้อยของโครงหน้า การทำโปรแกรม Oligio ร่วมกับ Ultraformer III สามารถทำพร้อมกันได้เลยค่ะและถือเป็นแนวทางการกู้ผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย เนื่องจากทั้งสองเทคโนโลยีนี้เลือกทำงานในคนละชั้นผิวอย่างชัดเจน และมีกลไกการปล่อยพลังงานที่ไม่ทับซ้อนกัน 

โดยโปรแกรม Ultraformer III จะเน้นยิงพลังงานลงลึกเพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก (SMAS) ให้กรอบหน้าคมชัด ส่วนโปรแกรม Oligio จะเน้นกระจายความร้อนฟื้นฟูผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อปลุกคอลลาเจนให้ผิวแน่นอิ่มฟู การผสานพลังของสองเครื่องนี้จึงช่วยเสริมการทำงานของกันและกันได้อย่างลงตัว เมื่อเลือกทำคู่กันผลลัพธ์ที่ได้จึงช่วยปรับปรุงได้ทั้งคุณภาพผิวภายนอกและช่วยพยุงโครงหน้าด้านในให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใส ผิวเด้งอิ่มน้ำ และดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์แบบสวยครบในคอร์สเดียว

โปรแกรม UltraGio คู่ยกกระชับมาแรงที่ LBC Clinic

สำหรับคนที่ต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและความกระชับของโครงหน้า LBC Clinic เรามีโปรแกรมซัพพอร์ตความต้องการอย่างโปรแกรม UltraGio ซึ่งผสานโปรแกรม Oligio และ Ultraformer III ไว้ในเซ็ตเดียวเพื่อช่วยให้การฟื้นฟูชั้นผิวครอบคลุมในทุกระดับ

โปรแกรมรายละเอียดราคา
BasicOligio 100 Shots + Ultraformer III 50 Shots5,490 บาท
MediumOligio 100 Shots + Ultraformer III 200 Shots9,490 บาท
FullOligio 200 Shots + Ultraformer III 200 Shots9,990 บาท

* จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้การรักษาเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : หลังทำหัตถการยกกระชับต้องพักฟื้นหรือไม่?

A : ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องหยุดพัก สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที อาจมีอาการผิวแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะค่อย ๆ หายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง

Q : เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่?

A : สำหรับโปรแกรม Oligio จะเริ่มสังเกตได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ ส่วนโปรแกรม Ultraformer III อาจเห็นการยกขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงแรกและจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-3 เดือน ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

Q : ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

A : โดยเฉลี่ยผลลัพธ์จะคงอยู่ราว 6-12 เดือน ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ การดูแลหลังทำ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคน

Q : ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้?

A : ผู้ที่มีอุปกรณ์กระตุ้นหัวใจฝังในร่างกาย สตรีตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลเปิดการติดเชื้อ หรือการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่จะทำ ควรหลีกเลี่ยงหรือเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมก่อนทำ

สรุป

การเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าไม่ควรพิจารณาจากชื่อเครื่องหรือความแรงของพลังงานเพียงอย่างเดียวแต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่โครงสร้างระดับไหน ซึ่งในหลายกรณีปัญหาผิวทั้งสองระดับมักเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้นการดูแลแบบผสมผสานจึงถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ที่สมดุลกว่า

พร้อมหรือยังที่จะล็อกความสวยและเสกกรอบหน้าละมุน ไม่ว่าคุณจะเป็นทีมโปรแกรม Oligio เน้นงานผิวแน่นฟู ลดแก้ม หรือทีมโปรแกรม Ultraformer III เน้นกรอบหน้าให้ดูชัด ก็สามารถเข้ามาปรึกษาเรื่องยกกระชับหน้า ได้ที่ LBC Clinic คุณหมอของเราพร้อมประเมินรูปหน้าและสภาพผิวแบบเคสต่อเคส เพื่อแนะนำเครื่องและหัตถการที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับคุณนะคะ

ปรึกษาปัญหาแบบส่วนตัวกับ LBC CLINIC

แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Line : @lbcclinic

หรือดูข้อมูลโปรแกรมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ lbc-clinic.com

สรุปบล็อกนี้

บทความอื่นๆ

Radiesse งานผิวขั้นสูง พุ่งชนร่องลึก
โพสเมื่อ 2025-05-01 06:54
ยกหน้าให้กระชับแบบ X5 ด้วยเครื่อง Hifu Ultraformer lll
ยกกระชับพร้อมปรับรูปหน้าได้แบบไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องพักฟื้น
โพสเมื่อ 01/15/2024 2:44pm
ยกหน้าแม่นยำ ตอกย้ำมาตรฐาน Top ระดับประเทศไทย
LBC CLINIC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยกกระชับ ด้วยรางวัล The Prestige of Achievement Award Thailand 2025 จากความสำเร็จด้าน ULTRAFORMER III และยอดผู้ใช้บริการสูงสุดในประเทศไทย
โพสเมื่อ 03/03/2026 12:22pm
为什么选择 LBC CLINIC?
At LBC, we provide service at a reasonable price. Our doctors take time to understand your primary concerns first, then offer personalized recommendations with no pressure to decide, so you can decide what suits you best.
โพสเมื่อ 2025-04-12 08:18